ร้านอาหารตามสั่งที่ อ.เบตง จ.ยะลา บ่นให้ฟังถึงวัตถุดิบที่ปรับขึ้นราคา ขนาดปลาเค็มทะลุกิโลกรัมละ 200 บาท จากกิโลละ 150 บาท ส่งผลให้ต้องปรับราคาขายจานละ 5-10 บาท เพื่อความอยู่รอด วอนรัฐบาลควบคุมราคาวัตถุดิบ
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ร้านอาหารตามสั่งเปิดเผยว่า ปรับขึ้นราคาอาหารตามสั่งเฉลี่ยจานละ 5-10 บาท หลังแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบ ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก พริก เครื่องปรุงรส น้ำมันพืช และก๊าซหุงต้ม ที่มีการปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องไม่ไหว ซึ่งปัจจุบันต้นทุนในการประกอบอาหารจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ยก่อนหน้านี้ต้องจ่ายค่าวัตถุดิบวันละประมาณ 1,000-2,000 บาทเท่านั้นเอง แต่หลังจากวัตถุดิบปรับขึ้นแทบทุกอย่างยันถึงปลาเค็ม เมื่อก่อนกิโลกรัมละ 150 บาท ปรับขึ้นถึงกิโลกรัมละ 200 บาท ก็ทำให้ต้องควักต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นในแต่วันละกว่า 2,000 บาท แต่ยอดขายกลับลดลงจากที่เคยขายได้วันละ 1,000-2,000 บาท ปัจจุบันเหลือวันละ 600-700 บาทเท่านั้น จึงจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นค่าอาหารตามสั่งจากเดิมจานละ 35-40 บาท ปรับเป็นจานละ 40-50 บาท ตามภาวะข้าวของราคาแพง แต่หากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาของแพง หรือควบคุมไม่ให้สูงไปกว่านี้อีก
โดยเฉพาะน้ำมันพืช จากปกติแพงสุด 105 ขึ้นมาเป็น 140 บาท ส่วนน้ำมันหอยจากราคา 130 บาทปรับขึ้นเป็น 165 บาท พริกขี้หนูสวน กิโลกรัมละ 250 บาท ปรับขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 300 บาท พริกจินดาแดงก่อนปรับราครากิโลกรัมละ 120 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 170 บาท พริกจินดาเขียวก่อนปรับราคากิโลกรัมละ 120 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 150 บาท หัวหอมใหญ่จากเดิมกิโลกรัมละ 40 บาท ปรับขึ้นกิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนไข่ไก่เบอร์ 1 แผง 10 ฟอง จาก 47 บาท ลดเหลือ 45 บาท ไข่ไก่เบอร์ 2 แผง 10 ฟอง จาก 45 บาท ลดเหลือ 43 บาท ไข่ไก่เบอร์ 3 แผง 10 ฟอง จาก 45 บาท ลดเหลือ 42 บาท ซึ่งวัตถุดิบบางตัวยังไม่มีการลดราคาแต่อย่างใดคงมีแต่ราคาไข่ไก่ที่ปรับลดลง แต่ความดีใจไม่ทันหายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ประกาศปรับราคาขึ้นอีกในวันพรุ่งนี้นอกนั้นราคายังคงแพงคงที่ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนในการประกอบอาหารตามสั่งจำหน่ายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ขณะที่ยอดขายกลับลดลง จึงจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาอาหารตามสั่งอีกจานละ 5-10 บาท เพื่อความอยู่รอด ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจ เช่น เมนูหมูกรอบ อาหารทะเล ปรับขึ้นเมนูละ 10 บาท จาก 40 บาท ขึ้น เป็น 50 บาท ไข่ดาว ปกติ 5 บาท ปรับเป็น 10 บาท แต่บางเมนูที่ต้นทุนไม่สูงมากนัก เช่น ประเภทไก่ ก็ยังขายราคาเดิม เพราะไม่อยากให้กระทบลูกค้ายิ่งช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งบ้านเขาก็ได้รับผลระทบจากการระบาดโควิด-19 เช่นเดียวกับเรา เมื่อมาเที่ยวบ้านเราหากมาเจอราคาอาหารที่แพงในตอนนี้ รับรองนักท่องเที่ยวหายหมด และจากผลกระทบดังกล่าวก็อยากให้รัฐบาลได้เข้ามาแก้ไขปัญหาราคาข้าวของแพง หรือควบคุมราคาไม่ให้สูงไปกว่านี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทั้งพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภคด้วย


