ภูเก็ตแถลง ‘หนุ่มไนจีเรีย’ ป่วยฝีดาษลิง หนีออกจากที่พัก ย้ำเร่งล่าตัวอยู่ ฝั่ง สสจ.ดำเนินคดีแล้ว

คืบหน้า ‘ชาวไนจีเรีย’ ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร พบโอเวอร์สเตย์ หลบหนีออกจากที่พัก อยู่ระหว่างติดตามตัว

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม หน่วยงานใน จ.ภูเก็ต ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณี นักท่องเที่ยวชาวไนจีเรีย ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง รายแรกของไทย ไม่เข้ารักษาตามนัดและหลบหนีออกจากที่พักนั้น

พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทีมสอบสวนโรคที่ทำงานตั้งแต่โควิด-19 อยู่แล้ว เมื่อได้รับแจ้งวันที่ 18 ก.ค.ได้ออกสืบสวนติดตามจนทราบว่าผู้ป่วยรายนี้มีที่พักที่คอนโดแห่งหนึ่งในกะทู้ จึงเข้าตรวจสอบในครั้งแรกก็ไม่พบตัว ได้ถามยามคอนโดถึงลักษณะผู้ป่วยบอกว่าพักที่แห่งนี้จริง และขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากนิติบุคคลนั้น ทราบว่า ชายดังกล่าวออกจากคอนโด ประมาณเวลา 19.00 น. จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ พบว่าไปที่ป่าตอง และช่วงเช้าวันที่ 19 ก.ค. เขาประสานจะเข้ารักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต หลังจากนั้นช่วงเย็นทาง สสจ.ได้บอกว่าเขาไม่มาตามนัดและปิดเครื่องไปแล้ว ซึ่งการประสานงานกับผู้ป่วยทางนิติบุคคลคอนโดใช้ WhatsApp พยายามประสานกัน

พล.ต.ต.เสริมพันธุ์กล่าวว่า ตอนแรกผู้ป่วยบอกว่าจะเข้ามาที่ รพ. ไม่เข้าคอนโด พวกเราไปรอที่ รพ.แต่เขาไม่มาและติดต่อไม่ได้ อีกทั้งใน WhatsApp ก็ไม่อ่าน จึงบูรณาการกำลังไปที่ป่าตอง ติดตามหาจนพบว่าเวลา 19.00 น. วันที่ 20 ก.ค.ชายดังกล่าวพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณแยกป่าตองฮิลล์ สอบถามทางโรงแรมทราบว่าเขาเข้าพักคนเดียว ไม่คุยกับใคร จ่ายเงินสดไว้ 2 วัน แต่พอวันที่ 20 ก.ค. เวลา 21.05 น. ชายดังกล่าวนำกุญแจห้องพักมาวางที่เคาน์เตอร์แล้วเดินออกไป โดยไม่แจ้งเช็กเอาต์ ทางโรงแรมไม่ทราบ และเขาเดินหายไป

พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต

“ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในโรงแรม เห็นรถคันหนึ่งมาจอดและเขาเดินหายไปพร้อมกับรถ จากการสืบสวนคาดว่าเขาน่าจะไปพร้อมรถคันนั้น ต่อมาได้ติดตามรถทางกล้องวงจรปิด เห็นไปทางกะหลิม กมลา ปัจจุบันเห็นรถคันนี้ผ่าน อบต.เชิงทะเล คงติดตามดูตลอดว่าน่าจะอยู่ในภูเก็ต หรือออกไปแล้ว และประสานด่านท่าฉัตรไชย ไม่เห็นรถลักษณะนี้ผ่านออกไป อาจเป็นไปได้ว่าเขายังอยู่ในภูเก็ต อาจจะไปพักอีกที่หนึ่งแล้วเปลี่ยนรถออกจากภูเก็ตก็เป็นไปได้ทั้งหมด

Advertisement

“ในส่วนของเครื่องบิน ทาง สสจ.ภูเก็ต ได้บล็อกไว้หมดแล้ว การออกจากภูเก็ตทางเครื่องบินทั้งในประเทศและนอกประเทศคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน ตอนนี้กำลังตามอยู่อย่างใกล้ชิด” พล.ต.ต.เสริมพันธุ์กล่าว

พล.ต.ต.เสริมพันธุ์กล่าวอีกว่า กรณีที่ไม่มาตามนัด อาจเป็นไปได้ที่เขาโอเวอร์สเตย์ (Overstay) จึงไม่กล้ามา ในช่วงที่เข้ามาตอนแรกก่อนเดือนมกราคมยังไม่โอเวอร์สเตย์ แต่หลังจากนั้นโอเวอร์สเตย์ เพราะยังไม่ต่อวีซ่า

“นักท่องเที่ยวรายนี้เข้ามาภูเก็ตวิธีใดเราไม่ทราบ ที่รู้ว่ามาภูเก็ตเมื่อเดือนมกราคมคือเห็นการทำสัญญาเช่าอาคารชุด ซึ่งล่าสุดที่ติดต่อได้ เขาจะบอกนิติบุคคลคอนโดว่าเขาหายแล้ว น่าจะแผลแห้งแล้วจึงไม่มา และ ทางแท๊กซี่ที่รับผู้ป่วยไปวันที่ 18 ก.ค จากโรงแรมบริเวณแยกป่าตองฮิลล์วันที่ 19 ก.ค. และหลังจากนั้นไม่แน่ใจว่าเขานั่งคันอื่นไปอีกหรือไม่ ขอให้เข้ามารายงานตัวกับ สสจ.ภูเก็ต หรือไปที่โรงพักก็ได้ คาดว่าติดตามตัวเจอ” พล.ต.ต.เสริมพันธุ์กล่าว

ด้าน นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การดำเนินคดีในกรณีแบบนี้ ขออ้างถึงถ้าติดโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตราย เราสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ แต่ฝีดาษลิงเป็นโรคที่ยังเฝ้าระวัง สามารถดำเนินคดีได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่หนักเหมือนโรคติดต่ออันตราย ซึ่งทาง สสจ.ภูเก็ต ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กะทู้ เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถดำเนินคดีได้

นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image