นายก อบจ.สมุทรสงคราม ขอความเป็นธรรม ฝั่ง ‘รังสิมา’ ลั่นน้องยื่นลาออก 1 ส.ค. แต่โดนชิงปลด

รังสิมา รอดรัศมี-บำเพ็ญ รอดรัศมี-สุกานดา ปานะสุทธะ

แม่กลองยังระอุ! ‘รังสิมา’ ป้องน้องชายไม่ร่วมสังฆกรรมคนโกง เหตุแจ้งสอบ ‘นายก อบจ.’ ลาดยางถนนหน้าบ้าน ‘สุกานดา’ ซัดเกมการเมือง เหตุบุตรชายลงสมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ วอนขอความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี น.ส.สุกานดา ปานะสุทธะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) สมุทรสงคราม ลงนามคำสั่ง อบจ.สมุทรสงคราม ที่ 251/2565 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ให้ นายบำเพ็ญ รอดรัศมี น้องชาย น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พ้นจากตำแหน่งรองนายก อบจ. ตามมาตรา 35/5(3) และมาตรา 37(2) แห่งพระราชบัญญัติ อบจ.พ.ศ.2540 แก้ไขเพิ่มเติม จนถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2562 นั้น

น.ส.รังสิมากล่าวว่า นายบำเพ็ญตั้งใจจะยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นรองนายก อบจ.ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้อยู่แล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบนายก อบจ.สมุทรสงคราม กรณีที่นำกากยางมะตอยของกรมทางหลวง ซึ่งถือเป็นของหลวงไปใช้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง ดังนั้น ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนตอนที่หาเสียงเอาไว้

น.ส.รังสิมากล่าวว่า น้องชายเคยสาบานไว้ว่าหากเข้ามาทำงานการเมืองแล้วจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับคนโกง เพราะต่อต้านการทุจริต น้องของตนถือเป็น ป.ป.ช.ภาคประชาชนด้วย อีกทั้งยังได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายก อบจ.สมุทรสงคราม ไว้ด้วย แต่เขามาชิงปลดน้องชายก่อนโดยไม่บอกเหตุผล อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานและพยานบุคคลครบทุกอย่าง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายเกียรติภูมิ ธราพรสกุลวงศ์ ทนายความของนายบำเพ็ญ กล่าวว่า กรณี น.ส.สุกานดา ปานะสุทธะ นายก อบจ.สมุทรสงคราม ที่ให้เจ้าหน้าที่ อบจ.สมุทรสงคราม ใช้รถบรรทุกของ อบจ.สมุทรสงคราม ขนย้ายเศษวัสดุจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตไปถมและปรับพื้นที่ถนนทางเข้าออก รวมถึงลานบ้านพักของตนเอง เหตุเกิดเมื่อประมาณกลางเดือนมกราคม 2565 ในความเห็นของตน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท”

นายเกียรติภูมิกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ซึ่งตนได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอไปยังตำรวจ ส่งอัยการ เพื่อเสนอศาลพิจารณาต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผกก.สภ.อัมพวา เปิดเผยว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐาน และจะเชิญพยานมาสอบ 5 ปาก นอกจากนี้ ยังต้องทำเอกสารไปสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ครบถ้วนภายในกรอบเวลา 90 วัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีนี้อยู่ในชั้นสอบสวนของ ป.ป.ช. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยังไม่ได้แจ้งข้อหา ต้องส่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช.เพื่อให้เข้ากระบวนการไต่สวนตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งความ

ด้าน น.ส.สุกานดา กล่าวว่า คงไม่โต้ตอบอะไร คงเป็นเรื่องเกมการเมือง เนื่องจาก นายนพพล ธนิกุล ซึ่งเป็นบุตรชายของตน กับ ร.ต.นุกูล ธนิกุล อดีต ส.ส. 4 สมัย กำลังลงพื้นที่เตรียมสมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ผลปรากฏว่าเสียงตอบรับดีต่อเนื่อง ทำให้เกิดไม่ความไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ถูกกล่าวหาและกระบวนการยังไม่สิ้นสุด ขอความเป็นธรรมจากประชาชนว่าที่ผ่านมาทำงานตลอด แต่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้และยังตรวจสอบไม่สิ้นสุด ดังนั้น จึงไม่มีสิทธิจะมากล่าวหาว่าเป็นคนโกง จึงขอให้ประชาชนให้ความเป็นธรรมด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon