หน้าแรก ภูมิภาค ไฟไหม้ระทึก บ...

ไฟไหม้ระทึก บ้านต้นเพลิง มียายป่วยอัมพาต เพื่อนบ้านตัดสินใจเข้าไปช่วย รอดหวุดหวิด

1.08.22 | 18:04 น.

ปัตตานี – ระทึก ไฟไหม้อาคาร 5 ชั้น เพื่อนบ้านวิ่งผ่าเปลวไฟช่วยอุ้มยายป่วยอัมพาต รอดหวุดหวิด

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 1 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองปัตตานี ได้รับแจ้งว่า มีเหตุไฟไหม้ที่บ้านเลขที่ 238/1 ถ.ปัตตานีภิรมย์ ต.อาเนาะรู อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า ไฟกำลังไหม้อาคารพาณิชย์ 5 ชั้น และมีควันพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถดับเพลิง 3 คัน ระดมฉีดน้ำเข้าไปในตัวอาคาร

ทั้งนี้ อาคารดังกล่าวเก็บขยะรีไซเคิล อุปกรณ์เครื่องมือช่าง ถังสีอยู่ ซึ่งเป็นวัตถุติดไฟง่าย แต่โชคดีที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับสถานีดับเพลิง และแม่น้ำปัตตานี เจ้าหน้าที่จึงทำการต่อสายยาง และสูบน้ำจากแม่น้ำปัตตานีเข้าตัวรถดับเพลิงเพื่อให้ฉีดน้ำดับไฟได้อย่างต่อเนื่อง จนสามารถควบคุมไฟได้โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ภายหลังจากจากเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟได้ พบขยะรีไซเคิลชนิดพลาสติก ที่โดนไฟไหม้อยู่จำนวนมาก ทั้งในตัวอาคารและนอกอาคาร อีกทั้งอาคารนี้ยังทำเป็นที่เลี้ยงนกนางแอ่นด้วย ความเสียหายส่วนใหญ่ เป็นเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ภายในอาคาร และ รถยนต์ที่โดนไฟไหม้หลายจุดด้วยเช่นกัน

นายวัชรพล ปรางจันทร์ เพื่อนบ้านที่อุ้มช่วยยายอัมพาตออกมา ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนั้นที่บ้านตนเกิดไฟกระตุก 3 ครั้ง และได้ยินเสียงเหมือนไฟชอร์ตดังขึ้นจากหน้าบ้าน เมื่อออกไปดูได้กลิ่นเหมือนสายไฟกำลังไหม้ จึงรีบออกไปตะโกนให้คนในบ้านตรงข้าม ที่เป็นต้นเพลิงทราบ เพราะมียายที่ป่วยเป็นอัมพาตนอนอยู่ในบ้าน แต่ประตูอาคารปิด ตนจึงทำอะไรไม่ได้ และสักพักมีลูกจ้างออกมาเปิดประตู จึงรีบวิ่งผ่ากองควันและเปลวเพลิงเข้าไปอุ้มยายออกมาก่อน และหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็มาช่วยดับไฟได้ทันที

นายวัชรพล กล่าวว่า ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากไฟฟ้า เพราะช่วงนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนไฟชอร์ต จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ช่วงนั้นไฟลุกลามเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นสิ่งของพลาสติก เพราะเป็นโรงงานรีไซเคิลจำพวกพลาสติก โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ รู้สึกตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นเลย ดูในทีวีก็น่ากลัวอยู่แล้ว แต่เมื่อประสบด้วยตนเองยิ่งทวีความน่ากลัวไปอีก รู้สึกเสียใจมากที่เกิดเหตุแบบนี้ ไม่มีใครต้องการให้เกิดเหตุ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้โชคดีมากที่ตนได้เข้าไปช่วยเหลือยายได้ทัน ถ้าไม่รีบตนก็ไม่ทราบชะตากรรมของยายว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

Advertisement