หน้าแรก ภูมิภาค ศาลตัดสินจำคุ...

ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต กระบะถอยรถชนซ้ำคู่กรณี ชี้ข้ออ้างเข้าเกียร์ผิดฟังไม่ขึ้น

3.08.22 | 20:44 น.

ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องหาขับรถชนแล้วถอยรถซ้ำคู่กรณีเสียชีวิต ที่ซอยเทศบาล 5 ส่วนอีกคน จำคุก 6 ปี 8 เดือน ขณะที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ ขอสู้คดีต่อในศาลอุทธรณ์


เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ศาลชั้นต้นจังหวัดตราด อ่านคำพิพากษาตัดสินคดี นายอาคม วราฤทธิ์ อายุ 37 ปี จำเลยที่ 1 นายสิทธิศักดิ์ หวังหลำ อายุ 33 ปี จำเลยที่ 2 และนายเจตนิพัทธ์ ขาวขวงศ์ อายุ 33 ปี จำเลย คดีร่วมกันฆ่า นายณัฐพล กิจจานนท์ อายุ 30 ปี คืนวันที่ 24 มีนาคม 2564 จนเสียชีวิต ภายในซอยเทศบาล 5 ต.บางพระ อ.เมือง จ.ตราด

หลังจากศาลจังหวัดตราด นัดสืบพยาน ไต่สวนมานานกว่า 1 ปี โดยจำเลยทั้ง 3 คน ปฏิเสธข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่านายณัฐพล กิจจานนท์ แต่การป้องกันตัวและเข้าเกียร์รถผิด แต่ศาลได้พิจารณาหลักฐานและวัตถุพยานทั้งหมดแล้ว คำให้การของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ศาลจึงตัดสินให้นายอาคม จำเลยที่ 1 และนายสิทธิศักดิ์ จำเลยที่ 2 จำคุกตลอดชีวิต แต่คำให้การทั้งคู่เป็นประโยชน์ศาลลดโทษให้ 1/3 เหลือโทษจำคุก 33 ปี ส่วนนายณัฐพล จำเลยที่ 3 จำคุก 6 ปี 8 เดือน เนื่องจากพฤติการณ์และหลักฐานไม่เข้าข่ายร่วมกันฆ่า มีความผิดร่วมทำร้ายร่างกายถึงแก่ชีวิต

Advertisement

ขณะที่ทนายความฝ่ายโจทก์ระบุว่า สาเหตุที่คำให้การของจำเลยนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะวันที่เกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวตั้งแต่เริ่มต้น แต่เป็นการทะเลาะกันระหว่าง 2 สามีภรรยา และมีขวดแก้วแตกตกลงพื้นถนน ระหว่างนั้นจำเลยทั้ง 3 คน ขับรถผ่านมาพอดี คิดว่ามีคนปาขวดใส่รถ จึงถอยรถกลับมาและพุ่งชนรถที่จอดริมถนนเสียหาย ระหว่างนั้นผู้ตายก็เข้ามาถึงที่เกิดเหตุพอดี ก่อนที่จำเลยจะเข้าทำร้าย โดยจำเลยที่ 1 ขับรถพุ่งชนผู้ตายจนล้ม จำเลยที่ 3 วิ่งเข้ามาเตะที่คางจนล้มลง จำเลยที่ 2 ใช้เหล็กตีศีรษะ ก่อนที่จำเลยที่ 1 จะถอยรถมาทับอีกจนเสียชีวิต ซึ่งศาลมองว่า หากวันนั้นจำเลยทั้ง 3 คน ปล่อยผ่านเรื่องขวดแตกไป ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้

อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้ง 3 คน ได้ขอประกันตัวและยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อในศาลอุทธรณ์