ครูบาบุญชุ่ม เกจิดังแห่งล้านนา
ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา กระแสที่ได้รับการตอบรับและติดตามมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งในสื่อโซเชียลและสื่อหลัก คือการออกจากถ้ำหลวง เมืองแก๊ด รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาของ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ พระเกจิดังล้านนา หรือที่ชาวภาคเหนือและคนในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ไทย เมียนมา ลาว และจีน รู้จักกันดีในชื่อ ครูบาบุญชุ่ม ภายหลังเข้าไปปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ปิดวาจา นับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2562 และได้ออกจากถ้ำเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2565 หลังอยู่ในถ้ำครบ 3 ปี 3 เดือน 3 วัน
โดยช่วงก่อนครบกำหนดออกจากถ้ำ ได้มีบรรดาศิษยานุศิษย์และผู้เลื่อมใสและศรัทธาในตัวของครูบาบุญชุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ พากันเดินทางไปปักหลักบริเวณหน้าถ้ำหลวงเมืองแก๊ดกันอย่างล้นหลาม ไม่ต่ำกว่า 30,000-40,000 คน ซึ่งเป็นภาพที่พบได้ไม่บ่อยนัก ที่พระสงฆ์รูปหนึ่งจะมีลูกศิษย์หลั่งไหลคอยให้การต้อนรับมากขนาดนี้
จนใครต่อใครถาม อยากรู้ที่มาที่ไป
ครูบาบุญชุ่มเป็นใครมาจากไหน?
วันนี้จะพาไปรู้จักเกจิดังแห่งล้านนา
ครูบาบุญชุ่ม เป็นพระชาวไทใหญ่ ฝ่ายอรัญวาสี หรือพระที่อยู่ในป่า เกิดเมื่อวันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ.2508 เป็นบุตรคนโตของนายคำหล้าและนางแสงหล้า ทาแกง มีพื้นเพเดิมอยู่บ้านแม่คำหนองบัว ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เป็นครอบครัวที่ไม่ค่อยมีฐานะมากนัก ค่อนไปทางยากจน แต่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากครอบครัวชาวไทใหญ่จะมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ครอบครัวจึงพร่ำสอนให้ทำบุญ ทำสมาธิและสวดมนต์อยู่เสมอ
กระทั่งวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2519 ตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร หลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นตรีในปี พ.ศ.2526 ในขณะที่มีอายุเพียง 11 ขวบต่อมาเมื่อเวลา 09.19 น. ของวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2529 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุณ อุโบสถ วัดพระเจ้าเก้าตื้อ โดยมีพระราชพรหมาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูเวฬุวันพิทักษ์เป็น พระอนุสาวนาจารย์ และพระครูศรีปริยัตินุรักษ์เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ภายหลังจากที่ได้เป็นพระภิกษุ ก็ได้จาริกแสวงบุญไปตามสถานที่ต่างๆ เรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์หลายรูป ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย รวมทั้งต่างประเทศ อาทิ เมียนมา เนปาล ภูฏาน และอินเดีย เมื่อไปปฏิบัติธรรมยังวัดใดหากเห็นว่าทรุดโทรม ก็จะเป็นผู้นำในการบูรณะ ตลอดจนสร้างพระเจดีย์ วิหาร และพระพุทธรูปไว้หลายแห่ง ทั้งในโซนภาคเหนือของไทย เขตรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ชายแดนทางตอนใต้ของจีนและเขตประเทศลาวด้วย
น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา ประธานสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ไทย-เมียนมา จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วครูบาบุญชุ่ม เป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่ส่วนมากจะเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่ทางภาคเหนือของไทย และกลุ่มคนชาวไทใหญ่ในประเทศเมียนมา จีน และลาวบางส่วน เนื่องจากเป็นพระนักพัฒนาและเคร่งครัดในการปฏิบัติธรรม เมตตาธรรม ตลอดจนเป็นพระผู้สร้าง มีการสร้างวิหาร พระพุทธรูป และทำนุบำรุงวัดที่ทรุดโทรมจำนวนมาก ทำให้เดิมก็มีลูกศิษย์ลูกหามากมายอยู่แล้ว แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในแวดวงกว้าง
ครูบาบุญชุ่มได้กลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและกระจายเป็นวงกว้างไปทั่วโลก ครั้งการเกิดเหตุ ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อปี พ.ศ.2561 ซึ่งครูบาบุญชุ่มพร้อมลูกศิษย์ได้เข้าไปทำพิธีเปิดปากถ้ำเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ติดถ้ำ พร้อมกับทำนายว่าเด็กทั้งหมดปลอดภัยดีและจะออกจากถ้ำได้ภายใน 2-3 วัน ถัดมาอีก 2 วัน
ปรากฏว่าทีมค้นหาก็เจอเด็กและให้การช่วยเหลือออกมาปลอดภัยได้ทุกคน ทำให้ชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
ครั้นเมื่อครูบาบุญชุ่มประกาศปิดวาจาและปฏิบัติธรรมภายในถ้ำหลวง เมืองแก๊ด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ช่วงต้นปี พ.ศ.2562 ได้ส่งหนังสือออกมาจากถ้ำ ซึ่งบรรดาลูกศิษย์นำมาแปลคำทำนาย ระบุว่าจะเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่และมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ขอให้ทุกคนมีสติในการใช้ชีวิต ซึ่งต่อมาได้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก จึงทำให้มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสครูบาบุญชุ่มเพิ่มขึ้นทวีคูณ
ซึ่งไม่แปลกใจที่การครบกำหนดออกจากถ้ำครั้งนี้จะมีเหล่าบรรดาลูกศิษย์ลูกหา พากันเดินทางไปยังเมืองแก๊ดกันอย่างเนืองแน่น แม้เส้นทางจะยากลำบาก และห่างจากชายแดนไทยด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย นับ 100 กิโลเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางนานถึง 8 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ส่งผลให้คนไทยจำนวนมากที่ศรัทธาเกิดความย่อท้อแต่อย่างใด ยังตั้งหน้าตั้งตาเดินทางไปรอรับการออกถ้ำแต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ยังไม่อนุญาตให้บุคคลผ่านเข้า-ออกแดน อนุญาตให้ข้ามได้เพียงสินค้าเท่านั้น
นายมานิตย์ ประกอบกิจ สภาวัฒนธรรมแม่สาย จ.เชียงราย เปิดเผยว่า เป็นที่น่าเสียดายที่การออกถ้ำของครูบุญชุ่ม ทางผู้เลื่อมใสศรัทธาในครูบาบุญชุ่มในฝั่งประเทศไทยไม่ได้มีโอกาสที่จะเดินทางไปร่วมงาน เนื่องจากด่านพรมแดนไทย-เมียนมาด้าน อ.แม่สาย กับ จ.ท่าขี้เหล็ก ยังไม่เปิดให้บุคคลข้าม แต่ก็น่ายินดีที่ข้าวของเครื่องใช้ ดอกไม้ รวมถึงรถที่จะรับครูบาบุญชุ่มนั้นส่งไปจากประเทศไทย
ซึ่งก็เข้าใจในปัญหาของประเทศเมียนมาที่ยังมีการสู้รบกันอยู่ อยากให้ผู้ศรัทธาในครูบาบุญชุ่มในฝั่งไทยให้อดใจรอ เราสามารถปฏิบัติธรรมตามคำสอนของครูบาบุญชุ่มอยู่ที่บ้านก็จะได้บุญเช่นกัน ไว้ให้เสร็จขั้นตอนพิธีของทางเมียนมา และมาพำนักที่เมืองพงอีกสักระยะหนึ่งโอกาสดีจะนิมนต์พระครูบา เดินทางมาโปรดเมตตาธรรมให้กับศรัทธาชาวไทยต่อไป…
ตอบสนองความเลื่อมใส ศรัทธา ที่มีต่อครูบาบุญชุ่ม

