เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ที่ฌาปนสถานวัดหนองจะบก ถ.มุขมนตรี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา บรรยากาศพิธีประชุมเพลิงนายเตชินท์ หรือน้องกาย ศรีนิลรัตน์ อาย 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ 6/4 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย (ร.ส) ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาชายวนและชื่อดังของโคราช ได้อัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตายโดยขึ้นไปบนระเบียงชั้น 6 ของอาคาร 2 ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ความสูง 7 ชั้น จากนั้นได้ปีนช่องหน้าต่างกระโดดลงมาพื้นด้านล่าง เป็นเหตุให้ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต สาเหตุเบื้องต้นคาดโรคซึมเศร้า เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 15 ส.ค ที่ผ่านมา โดยมีนางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ./ นครราชสีมานายศิลปสิทธิ์ ทับทิมธงไชย อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารีวิทยา (ส.ร.น.) ในฐานะคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รร.ร.ส. นายประยงค์ ประทุมวัน ผู้อำนวยการ รร.ร.ส. ร่วมเป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล ก่อนพิธีวางดอกไม้จันทน์ ตัวแทนครู เพื่อนนักเรียนชายได้กล่าวคำกลอน และคำไว้อาลัย จากนั้นศิษย์เก่าและเพื่อนร่วมส่งเสียงร้องเพลงมาร์ชโรงเรียน ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของญาติ พี่น้อง เพื่อนนักเรียน ครู และผู้บริหารสถานศึกษา โดยมีเสียงร่ำไห้ของพ่อและแม่ซึ่งเป็นข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พี่สาวและเพื่อนสนิทในขณะนำร่างน้องกายเข้าสู่เตาเผา โดยไม่สะดวกเปิดเผยข้อมูลให้เหตุผลยังไม่สามารถทำใจยอมรับได้และอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ

นายประพิศ นวมโคกสูง แกนนำภาคีครูโคราชในฐานะคณะทำงานนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา เมืองโคราชมีเหตุสะเทือนใจนักเรียนนักศึกษาฆ่าตัวตาย 3 ราย นั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมกันรับผิดชอบไม่สามารถไปโยนความผิดให้รัฐบาลสถานศึกษาและผู้ปกครอง การยัดเยียดเนื้อหามากเกินความจำเป็นและกระตุ้นให้แข่งข้นชิงดีชิงเด่น ส่งผลให้การเรียนไม่มีความสุขอาจเกิดความเครียดสะสมและครูผู้สอนก็มีภาระงานด้านเอกสารที่ไม่ใช่หน้าที่ทำให้ไม่มีเวลาดูแลหรือสอบถามสารทุกข์สุกดิบได้เต็มที่ ส่วนผู้บริหารบางคน ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมักชอบหาถ้วยรางวัลมาประดับโปรไฟล์ การป้องปรามมิให้เกิดเหตุสลดใจขึ้นอีกต้องดำเนินการคู่ขนานโดยถอดบทเรียนเคสที่ผ่านมาและวางแนวทางช่วยเหลือเยียวยานักเรียนนักศึกษากลุ่มเสี่ยงหรือครอบครัวผู้สูญเสีย สิ่งสำคัญสุดเครือข่ายผู้ปกครองต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา

นายศิลปสิทธิ์ กล่าวว่า ช่วงวิกฤตโควิดได้เกิดช่องว่างความห่างเหินระหว่าง ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ไม่มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกันเหมือนเดิมและต้องปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ทำให้ครูผู้สอนไม่สามารถรับรู้ข้อมูล ปัญหาอุปสรรคที่แท้จริงเช่นขาดความอบอุ่นในครอบครัว ปัญหาการเรียน ฐานะเศรษฐกิจ ฯลฯ ข้อกังวลคือนักเรียนขาดความยั้งคิด ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตนเอง เมื่อเกิดเหตุสูญเสียซ้ำรอย สถานศึกษาต้องฟื้นฟูระบบดูแลนักเรียน หมั่นตรวจคัดกรองลงลึกในรายละเอียด เพื่อนำไปสู่แก้ไขปัญหาได้ครบมิติและชัดเจน

ด้านนายอัคดชา พรหมสูตร ประธานกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง รร.ส.ร.น. และประธานนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ม.109 กล่าวว่า การใช้ความรุนแรงเพื่อหาทางออกของปัญหาได้กลับมาเกิดในโรงเรียนชั้นนำของโคราชอีกครั้ง หลังนักเรียนหญิง ชั้น ม.2 รร.ส.ร.น. ฆ่าตัวตาย สังคมก็ตระหนัก เร่งถอดบทเรียน วางแนวทางป้องกัน แต่ก็เกิดเหตุซ้ำรอยอีก ทั้งนี้เครือข่ายผู้ปกครองต้องร่วมกันสอดสองดูแลพฤติกรรมของบุตรหลาน ครูที่ปรึกษาหมั่นติดตามประสานงานเครือข่ายอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เมื่อเกิดปัญหาสามารถติดต่อสื่อสารพร้อมช่วยเหลือได้ทันท่วงที ที่ผ่านมาเครือข่าย ไม่มีความเข้มแข็งเพียงพอ ผู้ปกครองต้องให้ความสำคัญกับกิจกรรมปฏิสัมพันธ์เครือข่าย เพื่อเป็นเกราะป้องกันความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง สูญเสียได้

