‘พิจิตร’ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ก.ย.นี้ คาดฝนตกหนัก น้ำจาก ‘พิษณุโลก-เพชรบูรณ์’ ไหลมาสมทบ
วันที่ 31 สิงหาคม ในการประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร ครั้งที่ 3/2565 เพื่อติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพิจิตร สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร ซึ่งสรุปสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นช่วงปลายเดือน ก.ค.และ ส.ค. เกิดอุทกภัย 2 ครั้ง ได้รับความเสียหาย 7 อำเภอ 27 ตำบล 136 หมู่บ้าน 1,088 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 16,288.50 ไร่
ด้านสถานีอุตุนิยมวิทยาพิจิตร คาดปริมาณฝนเดือนกันยายนอาจจะเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยเนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำที่ไหลลงมาสมทบจากจังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ รวมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่แอ่งกระทะในพื้นที่ อ.เมือง นายสิงหราช วงษ์เสงี่ยม ปลัดจังหวัดพิจิตร หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือ ดังนี้ โดยโครงการชลประทานพิจิตร เฝ้าระวังปริมาณน้ำแม่น้ำน่าน ที่สถานีสูบน้ำ อ.เมือง อ.บางมูลนาก และแม่น้ำยม ที่สถานีสูบน้ำ อ.สามง่าม อ.โพทะเล หากระดับน้ำขึ้นสูงจะประกาศแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า
อำเภอเมืองพิจิตร เฝ้าระวังจุดเสี่ยงในพื้นที่เศรษฐกิจเขต อ.เมือง ที่แยกนคร-แพร่ แยกหมอเลี้ยง เรือนจำจังหวัดพิจิตร และ กศน.พิจิตร หลังเกิดน้ำท่วมขังในช่วงที่ฝนตกหนัก ด้านเทศบาลเมืองพิจิตร ลอกท่อระบายน้ำ เตรียมพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน โยธาธิการและผังเมืองพิจิตร ออกแบบระบบระบายน้ำให้ กศน.พิจิตร เตรียมเสนอของบประมาณเพื่อแก้ไขระบบระบายน้ำ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่สร้างมานานพื้นที่ต่ำกว่าบริเวณใกล้เคียง อบต.ท่าหลวง ดำเนินการขุดต่อท่อระบายน้ำลงแม่น้ำน่าน ในพื้นที่หมู่ 8 ต.ท่าหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ พร้อมเร่งซ่อมแซมตลิ่งริมแม่น้ำน่าน
สำหรับเกษตรจังหวัดพิจิตร ให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแปลงปลูกกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติ กำหนดวงเงินช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวไร่ละ 1,340 บาท พืชไร่พืชสวนไร่ละ 1,980 บาท ไม้ผลและไม้ยืนต้นไร่ละ 4,048 บาท

