หน้าแรก ภูมิภาค ร่วมอาลัย 1 เ...

ร่วมอาลัย 1 เดือน โศกนาฏกรรม ‘เมาน์เท่น บี’ ทวงความเป็นธรรม กลัวถูกลืมเหมือนซานติก้า

5.09.22 | 17:44 น.

ญาติผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ ‘เมาน์เท่น บี’ ไฟไหม้ รวมตัวไว้อาลัยครบรอบ 1 เดือน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความโศกเศร้า ร้องเจ้าของเยียวยาอย่างเป็นธรรม ขอเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเจ้าของผับถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหน้า เมาน์เท่นบีผับ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จุดเกิดเหตุโศกนาฏกรรมคร่าชีวิตนักท่องเที่ยว 23 ศพ (ตัวเลขล่าสุด) เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 สิงหาคม เต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความเศร้า

ญาติผู้เสียชีวิตกว่า 10 ครอบครัว เดินทางมาพร้อมรูปถ่ายที่ตั้งหน้าศพและดอกไม้ เพื่อวางไว้อาลัยการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รัก ในโอกาสครบรอบ 1 เดือน นับจากวันเกิดเหตุ โดยหลังการวางดอกไม้ ทุกคนร่วมกันยืนสงบนิ่ง

เรือตรีภูรี นีน้อย พ่อของผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง เป็นตัวแทนหลังการไว้อาลัยพูดกับครอบครัวผู้สูญเสียทุกคนว่า เหตุการณ์นี้กำลังจะถูกลืม เหมือนกับเหตุการณ์ซานติก้าผับ ทุกคนอาจจะไม่ได้รับการเยียวยาช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม จึงอยากเรียกร้องให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บรวมตัวแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของเมาน์เท่น บีผับ ฐานต่อเติมอาคาร แปลงสภาพเป็นสถานบันเทิงแบบปิด และในความผิดอื่นๆ เพื่อเป็นการต่อสู้ทางกฎหมายให้ดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เดินทางมาร่วมไว้อาลัยในจุดเกิดเหตุด้วย ส่วนใหญ่ถูกไฟคลอกตามตัว เป็นแผลตกสะเก็ดแดง หลังจากรักษาตัวเองยาวนาน 1 เดือนเต็ม แต่บางคนแผลยังแห้งไม่สนิทต้องพันแผลไว้

Advertisement

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

น.ส.รัชสิกา ดุจจานุทัศน์ ผู้บาดเจ็บและผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ เล่าว่า วันเกิดเหตุพอรู้ว่าไฟไหม้ก็รีบวิ่งออกมาที่ประตูด้านหน้า ยืนยันว่ามองไม่เห็นทางหนีอื่นนอกจากประตูทางเข้าเท่านั้น เมื่อมาถึงพบว่าทุกคนอัดแน่นอยู่ที่ประตูทางออกข้างหน้า จึงใช้โทรศัพท์มือถือในมือกำอย่างแน่นหนา ก่อนทุบกระจกหนีเอาชีวิตรอด ปัจจุบันมีแผลถูกไฟคลอกบริเวณด้านหลังและแขนทั้งสองข้าง ต้องทำกายภาพบำบัด ถือลูกบอลยางเพื่อบีบให้กล้ามเนื้อขยับตลอดเวลา ตอนนี้ตกงาน ขาดรายได้ ได้รับเงินเยียวยาจากเจ้าของผับแค่ 6 หมื่นบาทเท่านั้น ซึ่งเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความและประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ร้องขอให้เจ้าของผับออกมารับผิดชอบอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่จ่ายแค่หลักหมื่นบาทและหายเงียบไป ตลอดจนร้องขอให้กองบังคับการปราบปรามรับทำคดีนี้ เนื่องจากผ่านไป 1 เดือน ตำรวจท้องที่และตำรวจใน จ.ชลบุรี ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ได้ จึงทำให้การเรียกร้องสิทธิต่างๆ เกิดปัญหาอย่างมาก และหวั่นว่าหากเป็นเช่นนี้จะเกิดการแทรกแซงคดีจนทำให้ครอบครัวผู้สูญเสียไม่ได้รับความเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายรณณรงค์พร้อมกับครอบครัวผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตเคยเดินทางไปที่กองบังคับการปราบปรามเพื่อยื่นหนังสือให้กองปราบรับทำคดีนี้ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการพิจารณา โดยเตรียมจะเดินหน้าพาผู้เสียหายไปร้องทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป