หน้าแรก ภูมิภาค ชายวัย 44 ถูก...

ชายวัย 44 ถูกรุมทำร้ายดับ เหตุไปแหย่เด็ก 1 ขวบร้องไห้ ครอบครัวช้ำ เสียเสาหลัก

10.09.22 | 14:27 น.

ชายวัย 44 ถูกรุมทำร้ายดับ เหตุไปแหย่เด็ก 1 ขวบร้องไห้ ครอบครัวสุดช้ำ สูญเสียเสาหลัก

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ได้รับการร้องขอความเป็นธรรมจากนางสุวรรณ ส่งกลิ่นจันทร์ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายบุญรอด ทวีสุข อายุ 44 ปี ชาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พร้อมกับครอบครัว ว่าเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.30 น. นายบุญรอด ทวีสุข อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นสามีของตนได้นำสิ่งของไปส่งที่วัดบ้านหนองเหล็ก ต.หนองเหล็ก

เมื่อส่งของเสร็จแล้ว ได้มาขอน้ำดื่มที่บ้านของนายสุเบ็ญ (สงวนนามสกุล) ที่อยู่บริเวณหน้าวัดหนองเหล็ก ซึ่งเป็นบ้านของผู้ก่อเหตุ และในขณะนั้นเองนายบุญรอดได้เข้าไปหยอกล้อเล่นกับเด็กอายุ 1 ขวบ ที่กำลังนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ทำให้นางเด้ง (ไม่ทราบนามสกุล) ซึ่งเป็นภรรยาของนายสุเบ็ญ ไม่พอใจที่หยอกล้อเด็กจนเด็กร้องไห้ และอุ้มเด็กไปตามนายสุเบ็ญ ที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ริมสระน้ำกับเพื่อน จำนวน 4 คน

“พอนายสุเบ็ญจึงไม่พอใจและได้พาเพื่อนที่อยู่ในวงเหล้าเข้าพูดต่อว่านายบุญรอด แล้วมารุมทำร้ายนายบุญรอดจนหมดสติไม่รู้สึกตัว หน่วยกู้ชีพหนองเหล็กนำตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลลำดวน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ และส่งต่อมาโรงพยาบาลสุรินทร์ เนื่องจากว่าอาการหนัก ล่าสุดทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่านายบุญรอดเสียชีวิตแล้ว โดยการชันสูตรของแพทย์โรงพยาบาลสุรินทร์ พบว่าเยื่อบุไขมันลำไส้และม้ามฉีกขาดเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกาย”

นางสุวรรณกล่าวต่อว่า หลังจากเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายที่ลงมือทำร้ายร่างกายนายบุญรอด ได้เดินทางไปเข้ามอบตัวกับ ร.ต.ท.ชวลิต แสงงาม รองพนักงานสอบสวน สภ.ศีขรภูมิ โดยทางตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บจนเป็นเหตุถึงแก่ความตาย โดยรองพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวออกไป เนื่องจากว่าผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง โดยไม่คิดที่จะหลบหนี

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาได้มีการออกมาข่มขู่พยาน และทางครอบครัวเกรงว่าคดีนี้จะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ร้องสื่อมวลชนในพื้นที่เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของตนเอง

นางสุวรรณยังกล่าวอีกว่า นายบุญรอดเป็นเสาหลัก มีครอบครัวที่จะต้องดูแลอีก 4 ชีวิต หลังจากที่นายบุญรอดเสียชีวิตไป พวกลูกๆ ที่กำลังเรียนหนังสือ ประกอบกับครอบครัวที่ทำมาหากินเช้าค่ำ จะไปพึ่งใคร และคดีนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวคนร้ายทั้ง 4 คน มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถือว่าเป็นเหตุที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของตนเอง และไม่อยากให้คนเหล่านี้เดินมาเพ่นพ่านข่มขู่พยานในพื้นที่เกิดเหตุอีก จึงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบดำเนินการนำตัวคนร้ายทั้ง 4 คน นำมาสอบปากคำพร้อมกับดำเนินคดี

นายเชาว์ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นคนภายในหมู่บ้าน เล่าว่า นายบุญรอดเป็นคนดี มีงานมีการอะไรภายในหมู่บ้านแกจะช่วยทุกงาน จนเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน ประกอบกับแกเป็นคนที่รักเด็กเห็นเด็กเล็กๆ แกจะชอบหยอกล้อเป็นประจำ แม้แต่คนภายในหมู่บ้านก็ทราบกันดี และไม่เคยไปสร้างความเสื่อมเสียให้กับผู้คนอื่น ซึ่งคนภายในหมู่บ้านก็ไม่เคยถือสาอะไร กรณีที่นายบุญรอดไปถูกคนภายในหมู่บ้านดังกล่าวทำร้ายจนเสียชีวิตนั้น ตนเองรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่น่าไปลงไม้ลงมือทำกับคนดีๆ อย่างนี้เลย เพราะคนตายไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใคร

ขณะที่ญาติพี่น้องที่ได้รับทราบข่าวร้าย ก็เดินทางมาแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ตาย พร้อมอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยเร็ว เพราะคนตายเป็นคนดีไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ซึ่งวันนี้จะนำศพของนายบุญรอดไปทำพิธีฌาปนกิจที่วัดภายในหมู่บ้าน ถ้าหากคดีไม่มีความคืบหน้าทางภรรยาและญาติ พี่ น้อง จะพากันทำหนังสือยื่นร้องขอความเป็นธรรมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์ต่อไป