เมื่อวันที่ 10 กันยายน เวลา 16.00 น. ที่จ.สระแก้ว พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 (มทภ.1) เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันวิ่งตามภูมิประเทศ (trail running) และปล่อยตัวนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขันในระยะ 100 กม. และ60 กม. โดยมี พล.ต.อมฤต บุญสุยา ผบ.กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์(พล.ร.2รอ.) ในฐานะผบ.กกล.บูรพา, พล.ต.ชาลี ไกรอาบ ผบ.มณฑลทหารบกที่ 19 (มทบ.19), นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผวจ.สระแก้ว,อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสระแก้ว, นอภ.ตาพระยา และ หน.ส่วนราชการในพื้นที่ อ.ตาพระยา จว.สระแก้ว ร่วมในพิธีฯ ณ พื้นที่จัดการแข่งขัน บ.ทับทิมสยาม 03 ต.ทัพไทย อ.ตาพระยา ฯ ซึ่งมีผู้ร่วมแข่งขัน ในระยะ 100 กม. จำนวน 12 คน และระยะ 60 กม.จำนวน 34 คน ได้รับความสนใจ และได้สร้างความประทับใจให้กับประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ จากกรณี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีดาริให้ กองทัพภาคท่ี 1 จัดการแข่งขันวิ่งตามภูมิประเทศ (Trail Running) ในพื้นที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อเป็นการสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการส่งเสริมการออกกาลังกาย ด้วยการวิ่งในภูมิประเทศที่มีทิวทัศน์สวยงาม อีกทั้งเป็นการนาเสนอพื้นที่สู้รบตามแนวชายแดนในอดีต ให้ปรากฏ ต่อสาธารณชน เพื่อให้ระลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญของทหาร จนนามาสู่การพัฒนาเป็นหมู่บ้านม่ันคงตามแนวชายแดน นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้าขายและการท่องเที่ยวอารยธรรมตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา ในพื้นที่ จังหวัดสระแก้ว โดย กองทัพภาคที่ 1 ได้ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทยและ จังหวัดสระแก้ว จัดทาโครงการ วิ่งตามภูมิประเทศดังกล่าว ซึ่งมีกาหนดการแข่งขัน ในวันที่ 10-11 กันยายน 65 เส้นทางการแข่งขัน 5 ระยะ ได้แก่ 5 กิโลเมตร, 10 กิโลเมตร, 25 กิโลเมตร, 60 กิโลเมตร และ 100 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นและจุดส้ินสุดอยู่ที่ บ้านทับทิมสยาม 03 ตาบลทัพไทย อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โดยมีวัตถุประสงค์ ดังน้ี

1.ส่งเสริมการออกกาลังกายสาหรับประชาชนท่ัวไป เพื่อให้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรง
2.ให้ประชาชนได้รับทราบถึงการพัฒนาพื้นที่ตามแนวชายแดน อาเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ซ่ึงในอดีต เคยเป็นพื้นที่สู้รบ แต่ในปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นพื้นที่ที่มีความสาคัญต่อระบบเศรษฐกิจการค้าตามแนวชายแดน ที่สาคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศ อีกทั้งยังเป็นการราลึกถึงวีรกรรมความกล้าหารของทหาร ที่ปกป้องอธิปไตย ของประเทศ นาความสงบสุขร่มเย็นมาสู่อนุชนรุ่นหลัง
3.กระตุ้นการท่องเที่ยวตามแนวอารยธรรม ไทย – กัมพูซา และฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ ภายหลังจาก ท่ีประเทศกาลังฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

