ไฟไหม้เรือประมงเวียดนามกลางอ่าวไทย ทัพเรือรุดช่วย-จับกุมเหตุล้ำน่านน้ำไทย
วันที่ 11 กันยายน เรือหลวงศรีราชา ได้ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง จ.นราธิวาส-เกาะโลซิน-จ.สงขลา เวลา 08.00 น. บริเวณ แลต 07 องศา 22.9 ลิปดาเหนือ ลอง 101 องศา 48.5 ลิปดาตะวันออก พบเรือต้องสงสัย 2 ลำ มีทิศทางวิ่งห่างออกจากกัน จึงได้ทำการติดตามจนเรือประมงต่างชาติยอมมอบตัวให้เข้าจับกุม 1 ลำ ได้นำตัวลูกเรือทั้ง 5 คน ขึ้นจากเรือและส่งชุดตรวจค้น 3 นาย ลงตรวจสอบตัวเรือ
เรือหลวงศรีราชาได้ทำการปลดเชือกเพื่อจะไล่ติดตามเรือต้องสงสัยอีก 1 ลำ หลังนำเรือออกจากเรือลำแรก ได้รับแจ้งจากชุดตรวจค้นบนเรือประมงว่าพบควันสีขาวออกมาจากเครื่องจักรใหญ่ในห้องเครื่อง และเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นในเวลาต่อมา จึงตัดสินใจนำเรือใหญ่กลับเข้าไปช่วยเหลือ นำชุดตรวจค้นออกจากเรือประมงโดยนำเรือยางออกไปรับกลับขึ้นมาบนเรือหลวงศรีราชาได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากในเรือประมงเวียดนามมีถังแก๊สอยู่ในเรือ 3 ถังรวมทั้งถังน้ำมันด้วย เรือหลวงศรีราชา จึงไม่กล้านำเรือเข้าไปใกล้ ขณะที่ไฟกำลังลุกไหม้เรือ กลัวว่าถังแก๊สจะระเบิด จนเรือประมงเวียดนามจมลงในที่สุด
พลเรือโท สุนทร คำคล้าย ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ได้สั่งการให้เรือหลวงศรีราชา ทัพเรือภาคที่ 2 ควบคุมลูกเรือทั้งหมด มาทำการสอบสวน ที่ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม และส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. เรือหลวงศรีราชา ได้เข้าเทียบท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 พร้อมลูกเรือเวียดนาม 5 คน มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งจากทัพเรือภาคที่ 2 และศรชล.ภาค 2 ได้เดินทางมาควบคุมดูแลการปฏิบัติเกี่ยวกับการจับกุมเรือประมงเวียดนาม พร้อมลูกเรือ 5 คน อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ มีมาตรการป้องกันโควิด-19 ผ่านการตรวจเอทีเคแบบเข้มข้นกับลูกเรือทั้ง 5 คน รวมทั้งจัดอาหารและน้ำดื่มมอบให้กับผู้ควบคุมและลูกเรือชาวเวียดนามทั้ง 5 คน เพื่อเป็นอาหารมื้อค่ำด้วย
ส่วนการดำเนินคดีกับเรือประมงสัญชาติเวียดนาม 5 คน เนื่องจากเป็นการจับกุมในพื้นที่เขตน่านน้ำภายใน จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาผู้กระทำความผิดไว้ 3 ข้อหา โดยจากข้อมูล พบว่า การจับกุมเรือประมงต่างชาติในพื้นที่ ทัพเรือภาคที่ 2 ในปีงบประมาณ 2565 การจับกุมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 16 ภายใต้เรือ 22 ลำ ผู้ควบคุมเรือพร้อมลูกเรือ 104 คน
การเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้ พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และผู้บัญชาการทหารเรือ มอบนโยบายให้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในแต่ละภาค “เปิดปฏิบัติการ ตรวจเพิ่มประสิทธิภาพในทะเล” โดยมุ่งเน้นการตรวจการทำประมงผิดกฎหมาย แรงงานภาคบังคับในเรือ จนถึงการค้ามนุษย์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหา IUU Fishing ที่สหภาพยุโรปจะเข้ามาตรวจเยี่ยมผลการทำงานของประเทศไทย ในช่วงประมาณเดือนตุลาคมที่จะมาถึง

