‘งานกัญชาสองแคว’ จัดเสวนา 2 รพ.ภาคเหนือตอนล่างยัน สารสกัดน้ำมันกัญชารักษาโรคได้ ปลอดภัยต่อผู้ป่วยสูงอายุ
เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้จัดงานการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 2 เน้นให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์แก่บุคลากรวิชาชีพต่างๆ เพื่อสามารถส่งต่อข้อมูลสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ในการเข้าถึงบริการกัญชาทางการแพทย์อย่างทั่วถึง
โดยในวันนี้ มีนิสิตจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 150 คน ร่วมรับฟังการเสวนาในหัวข้อการอภิปรายกัญชาทางการแพทย์ศูนย์นโยบายการปฏิบัติที่สัมฤทธิ์ผล โดยมี นายแพทย์รัฐศาสตร์ พุ่มรส นพ. ชำนาญการ โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย นายแพทย์จีรยุทธ ใจเขียนดีนพ.ชำนาญการ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่าจังหวัดเพชรบูรณ์ นายแพทย์เชาวกิต ศรีเมืองวงศ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายแพทย์จีรยุทธ ใจเขียนดี กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า มีการนำกัญชาทางการแพทย์มาให้ทั้งในทางการแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ซึ่งก็มีหลายสูตรตำรับ ที่ใช้ทั้งผู้ป่วยมะเร็งและผู้ป่วยที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น โรคพาร์กินสัน ผู้ป่วยโรคผิวหนัง เป็นต้น โดยหลักๆ ที่ขับเคลื่อนคือเรื่องของผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยบริบาลบรรเทา ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ จะเข้ารับบริการทางยาแผนปัจจุบันอยู่แล้ว ทางแพทย์จะทำการประเมินว่าผู้ป่วยสามารถรักษาทางแพทย์แผนไทยด้วยได้ไหม แล้วกัญชาก็มาร่วมดูแลคนไข้ ซึ่งก็จะใช้ยากัญชาทางการแพทย์ ใช้ประมาณร้อยละ 20 โดยส่วนใหญ่อาการที่รบกวนผู้ป่วย ทั้งอาการปวด อาการเหนื่อย อาการเบื่ออาหาร อาการคลื่นไส้อาเจียน ก็ตอบสนองต่อการใช้ยาน้ำมันกัญชามากกว่า 80% สามารถลดการใช้ยาแผนปัจจุบันบางตัวได้ เช่น การใช้ยามอร์ฟีน ผู้ป่วยมะเร็งจะมีระยะของตัวโรคเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นต้องใช้ยามอร์ฟีนจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ระยะหนึ่งอาจไม่สนองตอบตัวยา การใช้ยากัญชาจะช่วยจะช่วยลดการปรับตัวยาบ่อยครั้ง ลดปริมาณมอร์ฟีนลงและควบคุมอาการผู้ป่วยได้ดีมากยิ่งขึ้น
เรื่องกัญชาเสรี มีในประโยชน์ทางการแพทย์อยู่ แต่ต้องสนับเข้าถึงข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล การให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ถ้าสามารถดูแลตัวเองได้ ความคาดหวังของแพทย์แผนไทยที่กัญชาก็จะเหมือนพืชสมุนไพรประจำบ้านตัวหนึ่ง แต่ความที่มีองค์ประกอบองค์ความรู้การเอามาจัดการดูแล ไม่ใช้ผู้คนมีความรู้เรื่องแพทย์ตั้งแต่ก่อนหมอแผนโบราณก็ต้องมีการเตรียมตำรับ จัดการเพื่อให้ได้สารสะสม ไม่เกิดพิษ อันนี้ต้องให้ข้อมูลตรงนี้ให้มาก ในบางกลุ่ม ยังเปราะบางที่จะใช้กัญชาอย่างเสรี เช่นกลุ่มวัยรุ่น เด็กนักเรียน การตัดสินใจในการใช้อาจมีส่วนประกอบอื่นๆเข้ามา ทำให้เป็นการใช้กัญชาอย่างไม่ถูกต้องจนมีผลเสียได้
ส่วนที่กัญชามีอายุสั้นเพียง 1 ปีเท่านั้น ในการผลิตต้องใช้ปริมาณมาก อาจมีกัญชาไม่ได้เพียงพอ ก็ยอมรับว่าช่วงนี้กัญชามีไม่เพียงพอในการผลิตยาใช้ทางการแพทย์ เท่าที่ไปดูงานที่ รพ.คูเมือง รพ.เด่นชัย เป็นแหล่งผลิตทุกวันนี้ กัญชาเป็นกิโลกรัมๆ เป็นตัน ก็ไม่ได้สารสำคัญที่เยอะขนาดนั้น ต้องใช้ปริมาณเยอะ แต่ก็แตกต่างจากแผนไทย ที่ดีที่สุดคือต้องเตรียมตำรับยาต่อบุคคล จะผลิตทีละมากๆ ไม่ได้ การใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ตอบโจทน์เลยต้องผลิตในปริมาณที่ผู้ป่วยเฉพาะบุคคลต้องการใช้จริงๆ จะผลิตที่ละมากๆ ก็จะได้เฉพาะการรักษาอาการทั่วไปเช่นการลดปวดเท่านั้น
นายแพทย์รัฐศาสตร์ พุ่มรส กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่ จ.สุโขทัย มีการใช้น้ำมันสกัดทางการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วย ที่ใช้เลยคือกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต เราไม่ได้ใช้เพื่อต้องการให้หายขาดจากโรค แต่เราใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี ลดความทุกข์ทรมานจากตัวโรค จากการเก็บข้อมูลพบว่า หลังจากเปิดรักษาทำการรักษามากลุ่มผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่รักษาโดยใช้น้ำมันกัญชา คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เกินกว่า 90% ส่วนกลุ่มผู้ป่วยปลายประสาทอักเสบ มีอาการชาปลายมือปลายโรคเท้า โรคหนังแข็ง โรคปอด ปลายประสาทแข็งตัว เคลื่อนไหวลำบาก กลุ่มนี้หลังจากใช้น้ำมันกัญชาผลการรักษาได้ผลดีขึ้น 90% เช่นกัน มีเพียงเล็กน้อยที่มีอาการข้างเคียงเช่นมึนเวียนศรีษะ คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งผลการรักษาทุกอย่างไม่มีตัวที่เป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ป่วยเลยแม้แต่รายเดียว
นอกจากน้ำมันกัญชาแล้ว ยังมีสารสมุนไพร ที่มีส่วนประกอบกัญชา คือตัวทำลายพระสุเมน เป็นตัวสารช่วยลดอาการที่ทำให้ผู้สูงอายุที่นอนไม่หลับ ช่วยกล่อมประสาทช่วยให้นอนหลับ ซึ่งการใช้ยานอนหลับ ซึ่งความแตกต่างคือการใช้ยานอนหลับติดต่อเป็นระยะเวลายาวนานจะทำให้ติดยานอนหลับ แต่การใช้สารสกัดจากน้ำมันกัญชา จะไม่มีเรื่องการติดจากสารสกัดจากน้ำมันกัญชา เพราะเราได้สกัดเอาสารที่ติดออกไปแล้ว ทำให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ยาได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้สารสกัดน้ำมันกัญชาต้นตำรับของสมุนไพร สามารถลดอาการจุกเสียดแน่นท้องได้ รักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อปวดตามข้อต่างๆได้ เป็นข้อดีเพื่อลดการใช้ยาแก้ปวด การใช้ยาแก้ปวดติดต่อเป็นเวลานาน จะเกิดอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร และทำให้ไตเสื่อมอย่างรวดเร็ว ต่างจากการใช้สารสมุนไพรจากกัญชาเป็นเวลานานไม่มีผลต่อค่าไตและไม่ระคายเคืองทางเดินอาหารด้วย ดังนั้น กัญชาจึงมีประโยชน์มีผลดีต่อทางการแพทย์แล้ว ยังเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีในหลายๆเคส แม้ไม่ได้ป่วย เพียงนอนไม่หลับ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ก็สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย
“มีความกังวลเรื่องกฎหมายที่ยังไม่ผ่าน ในส่วนกฎหมายต้องยอมรับ ข่าวมี 2 ด้าน มีทั้งด้านบวกและด้านลบ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนได้เข้าใจอย่างดีที่สุดมากที่สุด ส่วนด้านลบจะยังมี มีประชาชนส่วนหนึ่งนำกัญชาไปใช้ทางสันทนาการ มีการนำไปเสพเพื่อความมึนเมา ทางสาธารณสุขมีวิธีการรับมือ ในการแก้ไข หลังจากมีผู้ใช้สารกัญชาเกินขนาด กดทางเดินหายใจ มึนเมารุนแรงเราก็พร้อมรับมือไว้แล้ว”
ด้าน นายแพทย์ไกรสุข เพชระบูรณิน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เน้นเรื่องการนำกัญชาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ทั้งแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน การผลิตยา การจ่ายยา การวิเคราะห์โรคว่าจะใช้กับใครได้แค่ไหน แต่สำหรับเรื่องการจ่ายยา ทั้งทาง รพ.สต. หรือโรงพยาบาล อยู่ในความควบคุมของแพทย์ ที่สามารถทำได้เลย แต่สำหรับเอกชนและประชาชนต้องรอกฎหมายออกมารองรับ และต้องขออนุญาตตามขั้นตอน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่จะนำกัญชากัญชงไปใช้ต้องมีการศึกษารายละเอียดสัดส่วนปริมาณในการใช้ และมีคำเตือนให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค แต่สำหรับกิจกรรม 3 วันนี้ จะเน้นเรื่องการนำกัญชามาใช้เพื่อการแพทย์เป็นสำคัญเท่านั้น เปิดกว้างให้บุคลากรสาธารณสุขและประชาชนได้มาร่วมงาน ภายในงานยังมีกิจกรรมการออกบูทร้านค้ามากมาย



