เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่จังหวัดแพร่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาลัยเขตแพร่ เฉลิมพระเกียรติ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ สาขาเกษตรป่าไม้ ปีที่ 1 อายุ 18 ปี มีอาการป่วยหนัก และไม่ได้รับการดูและจากรุ่นพี่ในสาขาจนต้องออกมาหาแพทย์ที่โรงพยาบาลร้องกวาง และแจ้งไปยังผู้ปกครองให้เดินทางมารับกลับภูมิลำเนา ยืนยันว่าจะลาออกนั้น
ล่าสุด ดร.ศุกรี อยู่สุข คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตแพร่ เฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว ข้อมูลเบื้องต้นทราบว่าน้องนักศึกษามีอาการป่วย แต่จะรอให้พี่รหัสพาไปรักษา ตามกฎแล้วเมื่อน้องมีปัญหา ก็จะสอบถามหรือปรึกษาพี่รหัสของตัวเอง แต่ถ้าติดขัดหรือฉุกเฉิน ก็สามารถที่จะแจ้งอาจารย์ หรือพี่ๆ ประจำหอในได้ แต่น้องจะรอแต่พี่รหัส ซึ่งพี่รหัสอาจจะยังติดธุระหรือยังมาไม่ทัน น้องจึงตัดสินใจไปรักษาเอง เมื่อมีการร้องเรียนมา เราก็ต้องตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ขอยืนยันว่าทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้แพร่เราประกาศชัดเจน ไม่มีการรับน้อง ไม่มีกิจกรรมใดๆ ที่ละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์ ไม่มีหลักสูตรไหนทำ สิ่งที่นักศึกษาสาขาป่าไม้ทำ นั่นอาจจะเป็นการทำกิจกรรมนอกเวลา
ในส่วนของการที่น้องนักศึกษาคนดังกล่าวจะขอลาออกจากมหาวิทยาลัยนั้น ก็เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถไปทำอะไรได้ แต่ได้สอบถามความรู้สึกน้องแล้ว น้องตอบว่ารับได้เรียนที่นี่ดีหมด แต่รับไม่ได้กับระบบกฎ ในส่วนของข่าวที่ออกไปบอกว่า คณบดีไปแจ้งน้องให้ทบทวนดีๆ กับการลาออก ขอยืนยันว่า ไม่ใช่ เพียงแต่เราเสียดายว่า น้องได้เข้าเรียนแล้ว 4 เดือน แต่ถ้าจะลาออก ก็สามารถทำได้ตามความประสงค์ ในส่วนสาขาอื่นไม่เคยมีปัญหา อาจจะมีการเข้าใจผิดเป็นประเด็นว่า มหาวิทยาลัยไม่ให้ออก ซึ่งไม่เป็นความจริง
ส่วนกรณีที่อ้างว่า รุ่นพี่มีกฎห้ามไปรักษาพยาบาลเมื่อมีการเจ็บป่วย ก็ไม่เป็นความจริง แต่พี่รหัสติดภารกิจ ไปไม่ทันที่น้องจะไปรักษาพยาบาล รุ่นพี่บอกให้รอ อยู่ระหว่างการเดินทางและอาจจะไปไม่ทัน เลยตีความไปว่ามหาวิทยาลัยไม่ดูแล นี่คือจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองของนักศึกษาคนดังกล่าว ได้เดินทางมารับบุตรกลับ ไปยังภูมิลำเนา คือจังหวัดนครสวรรค์ และลาออกจากมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว

