ทนไม่ไหว! ชาวบ้านท้ายเขื่อนพระราม 6 รวมตัว ขอให้เปิดประตูระบายน้ำพระนารายณ์ บรรเทาเดือดร้อน
วันที่ 6 ตุลาคม ที่เขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา กลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนพระราม 6 มีการนัดรวมตัวกันผ่านสื่อโซเชียล เพื่อสอบถาม และเรียกร้องให้มีการเพิ่มการระบายของประตูระบายน้ำพระนารายณ์ ลงสู่คลองระพีพัฒน์ ที่สำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ ที่รับผิดชอบเขื่อนพระราม 6 โดยกลุ่มชาวบ้านที่เดินทางมา เป็นชาวบ้านที่อยู่ท้ายเขื่อน ในพื้นที่ อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ชุมชน บ้านเรือนถูกน้ำท่วมจากแม่น้ำป่าสักล้นตลิ่งเข้าท่วม สูงถึง 2-3 เมตร อย่างรวดเร็วและไม่ที่ทีท่าระดับน้ำลดลง โดยเขื่อนพระราม 6 ที่รับน้ำมาจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ที่กำลังมีปริมาณน้ำจะเกินความจุของเขื่อนต้องเร่งระบาย ส่งผลทำให้เขื่อนพระราม 6 ต้องเร่งระบายน้ำลงสู้พื้นที่ท้ายเขื่อนพระราม 6 ที่ 1,048 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ชาวบ้านท้ายเขื่อนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชาวบ้านจึงต้องมารวมตัวขอให้เพิ่มการระบายน้ำผ่านคลองรพีพัฒน์มากขึ้น จากเดิมเป็นการแบ่งเบาปริมาณน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของชาวบ้าน
ชาวบ้านที่มารวมตัวกันบอกว่า เดือดร้อนกันจริง โดยเฉพาะชาวบ้านท้ายเขื่อนในชุมชนวัดสะตือเดือดร้อนก่อนใคร กว่า 200 หลังคาเรือน ทั้งคนแก่ ผู้ป่วยติดเตียง ทนไม่ไหวจึงออกมาประท้วง ในทุกปีๆ ที่ผ่านเมื่อมีการระบายน้ำจำนวนมาก จะระบายน้ำออกคลองระพีพัฒน์ ประมาณ 200-250 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่ปีนี้ระบายน้ำเพียง 40 ลบ.ม.ต่อวินาที ไม่สมดุลกับน้ำที่ระบายมาจากเขื่อนป่าชลสิทธิ์ จึงอยากเรียกร้องให้มีการเพิ่มการระบายน้ำในคลอลงระพีพัฒน์เพิ่มมากขึ้น
โดยมีนายเอกชัย สำเนียงใหม่ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ ได้เข้ามาพูดคุยและอธิบายกับชาวบ้าน กล่าวว่า ต้องขอโทษชาวบ้านที่เดือดร้อนจากการปล่อยระบายน้ำไปท่วมชุมชน บ้านเรือน เนื่องจากปริมาณน้ำฝนและน้ำท่ามีมาก ไหลเข้าสู่ป่าสักชลสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง จนเกินความจุที่จะรับได้ ระบายลงสู่ท้ายเขื่อนชล เขื่อนพระราม 6 ต้องเพิ่มการระบายน้ำด้วยเช่นเดียวกัน ทางกรมชลประทาน ได้พยายามบริหารจัดการน้ำให้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ซึ่งตามแผนของกรมชลประทานจะเพิ่มการระบายน้ำผ่านคลองระพีพัฒน์อยู่แล้ว กลุ่มชาวบ้านมารวมตัวกันพอดี ซึ่งจะเปิดเพิ่มให้อีกในการระบายน้ำต้องให้พื้นที่เตรียมตัวรับปริมาณน้ำได้ทันด้วย
ภายหลังการพูดคุยมีการโต้เถียงกันไปมาของทางกกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน และทางเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน จึงมีการเพิ่มการระบายน้ำลงสู่คลองระพีพัฒน์ อีก 20 ลบ.ม.ต่อวิยาที ทำให้ชาวบ้านพอใจในระดับหนึ่ง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานพร้อมด้วยชาวบ้าน ไปดูการเปิดประตูระบายน้ำพระนารายณ์ จากนั้นจึงแยกย้ายกันเดินทางกลับ
จากการเพิ่มการระบายน้ำลงสู่คลองระพีพัฒน์ จะส่งผลทำให้ระดับน้ำในคลองระพีพัฒน์เพิ่มขึ้น ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลอง และคลองต่างๆที่รับน้ำในพื้นที่ของ จ.สระบุรี อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี รับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นด้วย

