หน้าแรก ภูมิภาค ศาลจังหวัดนาท...

ศาลจังหวัดนาทวี ไม่ให้ประกันนายหน้าสาวฉ้อโกงที่ดิน เอาไปแบ่งขายให้นายทุนเสียหายกว่า 60 ล้าน

15.10.22 | 23:12 น.

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2565 ที่ศาลจังหวัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ทางพนักงานสอบสวน สภ.สะเดา ได้ควบคุมตัว น.ส.รัชนีย์ หรือเก๋ ทองวงค์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง มาฝากขังครั้งแรกต่อศาลจังหวัดนาทวี โดยพนักงานสอบสวน และครอบครัวของผู้เสียหายกว่า 10 ราย ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา

โดยศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในคดีนี้ เนื่องจากเป็นคดี มีอัตราโทษจำคุกสูง อีกทั้งมูลค่าความเสียหายมีจำนวนมาก จึงเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี โดยภายหลังศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำอำเภอนาทวี

สำหรับคดีดังกล่าวก่อนหน้านี้ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” พร้อมด้วย นายกฤษฎา โลหิตดี หรือ ทนายโนบิ ได้เดินทางลงพื้นที่ ม.2 อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อให้การช่วยเหลือครอบครัวหีมโหด ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูกนายหน้าคือ นางรัชนีย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนาทวี ในฐานความผิดฉ้อโกง

หลังหลอกให้ทางผู้เสียหายโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นมรดกกว่า 10 ไร่ ในช่วงปี 64 และนำไปจำนองขายฝาก ก่อนขายให้กับนายทุน ได้รับความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท และทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.สะเดา สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วเมื่อวานนี้ โดยจับได้บริเวณป่าละเมาะ พื้นที่ ม.4 ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นั้น

ด้าน น.ส.อรอนงค์ หีมโหด หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวขอบคุณทางคณะของ “กัน จอมพลัง” ทนายโนบิ รวมทั้งสื่อมวลชน ที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวจนจับกุมผู้กระทำความผิดมารับโทษได้

Advertisement

ในส่วนทางคดีความทางครอบครัวก็ยังกังวลใจอยู่บ้าง เนื่องจากเชื่อว่า ผู้ต้องหารายนี้ไม่ได้กระทำการด้วยตัวคนเดียวแน่ๆ เพราะทุกครั้งที่กล่าวอ้าง มักจะระบุถึงเจ้าหน้าที่รัฐ และนายทุนที่สนิทตลอดเวลา ซึ่งตนคิดว่า น่าจะมีบุคคลหลายคน และจากหลายส่วน ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

นายกฤษฎา หรือทนายโนบิ เปิดเผยในส่วนของคดีความระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางความเชื่อมโยงของเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดทั้งนายทุนที่ผู้ต้องหาอ้างถึงว่าสนิทสนม ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งหากมีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็จะมีการขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป