หน้าแรก ภูมิภาค ผู้การปากน้ำโ...

ผู้การปากน้ำโพรุดเยี่ยมเจ้าของร้านเค้ก ยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

16.10.22 | 21:55 น.

ผู้การปากน้ำโพรุดเยี่ยมเจ้าของร้านเค้ก ยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

กรณี น.ส.พรพิมล หุ่นพ่วง หรือแนน อายุ 29 ปี เป็นเจ้าของร้านเค้กสุขใจ วงเวียนตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ โพสต์ร้องเรียนผ่านเฟซบุ๊กว่าถูกลูกน้องตำรวจสายสืบ สภ.ตาคลี คือนายทศพล โพธิ์กัน หรือเหี่ยว และนายนิพนธ์ โพธิ์กัน หรือแชมป์ บุกทำร้ายร่างกายด้วยการใช้ของแข็งฟันเข้าที่ศีรษะจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวตำรวจ สภ.ตาคลีแล้ว และสิบตำรวจเอกอนุรักษ์ ด้วงสั้น ผบ.หมู่สืบสวน สภ.ตาคลี ได้ถูกย้ายออกนอกพื้นที่แล้วนั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 ตุลาคม พ.ต.อ.อิทธิเดช สุขอิ่มภูมิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอตาคลี ได้เบิกตัวสองผู้ต้องหามาสอบสวนอีกครั้ง โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนยังคงยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความแค้นส่วนตัว ระหว่าง น.ส.พรพิมลและตนเองเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับสิบตำรวจเอกอนุรักษ์แต่อย่างใด

ต่อมา พ.ต.อ.อิทธิเดชได้เดินทางไปยังร้านขนมเค้กของ น.ส.พรพิมล ที่อยู่ในตัวตลาดเทศบาลตาคลี เพื่อนำกระเช้าของขวัญไปเยี่ยมและสอบถามอาการบาดเจ็บ โดยให้คำยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายอย่างดี เบื้องต้นได้จัดกำลังสายตรวจมาดูความปลอดภัยให้ ขอเชื่อมั่นในการสอบสวนของตำรวจผู้บังคับบัญชาได้สั่งการมา ลงมาให้ดูอย่างใกล้ชิด และขณะนี้ สิบตำรวจเอกอนุรักษ์ ได้ถูกสั่งย้ายไปช่วยราชการนอกพื้นที่แล้ว และขณะนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะประมวลพยานหลักฐานจากทุกฝ่าย และตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัวในเทศบาลตาคลี

ด้าน น.ส.พรพิมลเปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นยืนยันว่าไม่รู้จักส่วนตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน มูลเหตุที่แท้จริงเกิดจากการทะเลาะวิวาทกับเมียตำรวจชื่อตั้ม ก่อนหน้านี้ และผู้ต้องหาสองคนก็มาดักทำร้ายตน จะมากล่าวอ้างว่าตนเองไปใส่ร้ายเรื่องยาเสพติดอะไร มันไม่ใช่เลย ทำไมมาทำหรือพูดอย่างนี้ มูลเหตุที่แท้จริงคือเหตุวิวาทก่อนหน้านี้ ตอนผู้ต้องหามาทำร้ายตนที่ร้านเค้ก ก็อ้างว่าคนชื่อตั้มสั่งให้มาทำร้าย

Advertisement

“ที่ผ่านมามีคนพยายามติดต่อขอให้เรื่องนี้จบ เสนอเงินให้เพื่อให้เรื่องจบ แต่ไม่ขอพูดในรายละเอียด หนูจะร้องเรียนและต่อสู้ให้ถึงที่สุด คนที่ลงมือทำหนูต้องได้รับโทษ เพราะหนูไม่รู้จักคนลงมือทำหนู เวลานี้หนูต้องอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวจะถูกทำร้ายเป็นห่วงลูกเล็ก คู่กรณีเขามีสี ส่วนตนไม่มีอะไรหาเช้ากินค่ำ” น.ส.พรพิมลกล่าว และว่า ผลการตรวจของแพทย์ยืนยันว่าบาดแผลเกิดจากของมีคม และขณะเกิดเหตุผู้ต้องหาก็ชักมีดหรือเหล็กออกมาฟาดศีรษะตน จากนั้นก็เอาหมวกกันน็อกมาฟาด ไม่ใช่ใช้หมวกฟาดอย่างที่กล่าวอ้าง เรื่องนี้ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด