หนุ่มวัย 31 ถูกเจ้าของไร่กัญชาพาพวกอุ้มมาซ้อม ใช้สายไฟเฆี่ยนตีเป็นแผลทั่วร่าง แจ้งความเอาผิดได้แค่ข้อหาทำร้ายร่างกาย เจ้าของไร่กัญชายอมรับทำจริง เพราะผู้บาดเจ็บมาขอทำงานแล้วไม่เคยถามหาค่าแรง สุดท้ายพบเอาน้ำกรดหยดใส่ต้นกัญชาเฉาตาย เสียหาย 10 ล้านบาท ยังไม่ทราบที่มาชัดเจน
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ต.โคกว่าน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ว่ามีคนถูกอุ้มไปทำร้ายอย่างทรมาน ด้วยการชกต่อยแล้วเอาสายไฟฟ้ามาเฆี่ยนตีจนได้รับบาดเจ็บ เกรงว่าคดีไม่คืบหน้า เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นคนกว้างขวางในพื้นที่
จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกทำร้ายคือ นายบุญส่ง (สงวนนามสกุล) หรือ ต้อ อายุ 31 ปี ชาว ต.โคกว่าน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ยังมีร่องรอยบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง โดยเฉพาะแผ่นหลังมีรอยสายไฟฟ้าฟาดใส่เป็นแผลทั่วบริเวณ
นายต้อเล่าว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนั่งเล่นอยู่ที่บ้านมีกลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คนเข้ามาล็อกตัวแล้วอุ้มขึ้นรถกระบะไปที่ไร่กัญชาของ นายศักดิ์ นายจ้างงาน อายุ 46 ปี เมื่อควบคุมตัวไปถึงได้เปิดฉากรุมทำร้ายตนโดยไม่ทราบสาเหตุ จนร่างกายบอบช้ำไปทั้งร่าง เมื่อถามว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้ นายศักดิ์ หัวหน้าทีม บอกว่า ตนเอาน้ำกรดไปหยอดใส่ต้นกัญชา แต่ตนไม่ได้ทำ จึงถูกบังคับให้ยอมรับว่าเป็นคนทำให้ได้ จึงจำเป็นต้องแบ่งรับแบ่งสู้ว่าผู้ใหญ่บ้านเป็นคนจ้างมาใส่น้ำกรดในต้นกัญชา เพื่อให้ตนรอดจากการทำร้ายเกรงว่าจะได้รับอันตรายมากกว่านี้
นายต้อกล่าวว่า จากนั้นได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ละหานทราย แต่ทำได้แค่ข้อหาทำร้ายร่างกาย ตอนนี้ยอมรับว่าผวา เกรงว่าจะถูกทำร้ายอีก

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ไร่กัญชาของนายศักดิ์ ซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกัน นายศักดิ์เล่าว่า ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกกัญชาออร์แกนิคมานาน หลังจากรัฐบาลปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ได้ยื่นขอใบอนุญาตปลูกและหาตลาดไว้รอเพื่อจะปลูกส่งลูกค้า ลงทุนปลูก 2,000 ต้น บนเนื้อที่ 2 ไร่ ในจำนวนนี้ตามที่คาดการณ์ไว้จะขายกัญชาได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ต่อมา นายต้อมาขอทำงานด้วย จึงรับไว้เพราะเห็นเป็นคนบ้านเดียวกัน
นายศักดิ์กล่าวว่า มาผิดสังเกตช่วงระยะหลัง เพราะเข้า-ออกฟาร์มไม่ตรงเวลา อยากหยุดก็หยุด โดยเฉพาะไม่ถามหาเงินเดือน แต่มาสวนทางกับต้นกัญชาที่กำลังออกช่อ บางส่วนเฉาตาย บางส่วนไม่เจริญเติมโตตามเป้า ในฐานะที่ศึกษาเรียนรู้เรื่องนี้มานาน จึงนำดินและกัญชาไปตรวจ พบว่ามี “กรด” อยู่ในต้นกัญชา ในน้ำ ไม่เว้นแม้กระทั่งแท็งก์น้ำ เมื่อตรวจสอบเชิงลึกพบว่าเป็น “น้ำกรดสำหรับหยอดน้ำยางพารา” แต่ไม่มีใครที่จะเข้ามาทำแบบนี้ได้ นอกจากนายต้อเพียงคนเดียว เพราะคนที่เข้าไร่ตนได้อีกหนึ่งคนเป็นน้องชาย
“ยอมรับว่าไปจับมาแล้วทำร้ายจริง เมื่อเค้นแล้วนายต้อก็ยอมรับว่าทำจริงตามคลิปภาพที่ถ่ายไว้ ถึงเวลานี้สารภาพว่าทำร้ายจริง ยอมรับผิดให้ดำเนินการทางกฎหมาย ที่ทำไปเพราะแค้นใจ จากที่ตั้งเป้าเอาไว้จะขายกัญชาได้ประมาณ 30 ล้าน แต่ตอนนี้มีมูลค่าความเสียหายแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ถึงเวลานี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่านายต้อทำไปเพื่ออะไร” นายศักดิ์กล่าว



