ไฟไหม้โกดังของเล่นขนาดใหญ่ ใช้เวลาดับ 5 ชม. เจ้าของเผย ค่าเสียหายน่าจะกว่า 30 ล้านบาท แต่ทำประกันแค่ 10 ล้านเท่านั้น พร้อมกับยืนยันภายในไม่มีการเก็บสินค้าที่ผิดกฎหมาย เสียงระเบิดดังต่อเนื่อง คาดว่าเกิดจากการระเบิดของเก็บถังสี และกระป๋องสีน้ำมันไว้ภายในเท่านั้น โดยไม่มีพลุดอกไม้ไฟ และสิ่งของที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารลักษณะโกดังปิดทึบขนาดใหญ่ กว้าง 14 เมตร ยาว 70 เมตร ที่เก็บสินค้าของเล่นเด็ก ที่ไฟไหม้ภายในจนรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ก็เอาไม่อยู่ ต้องใช้รถเครน ทุบพนังอาคาร เป็นช่องขนาดใหญ่ 3 ช่อง เพื่อดับเพลิง ซึ่งใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
เจ้าของ เผยเหตุเพลิงไหม้ ไม่มีคนอยู่ข้างภายใน น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร จากการประเมินความเสียหายทั้งอาคารและสิ่งของ น่าจะไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท แต่ทำประกันไว้เพียง 10 ล้านบาท
วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พันตำรวจโท สุริยาแสงอ่อนตา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุเวลา 09.30 น ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังสินค้าของเล่นแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมประสานรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดไประงับเหตุ ปรากฏว่าพบเพียงกลุ่มควัน โดยพุ่งออกจากด้านบนและด้านข้างของอาคารที่ปิดมิดชิด ภายในโกดังขนาดใหญ่ มีทางเข้าออกเฉพาะด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนบริเวณโดยรอบปิดทึบ
พบว่าเพลิงไหม้เกิดจากภายในชั้นล่างบริเวณกลางห้อง ซึ่งภายในเต็มไปด้วยสินค้าของเล่นเด็กทุกประเภท ใช้ระยะเวลาหลังแจ้งเหตุกว่า 30 นาที ยังไม่สามารถเข้าไประงับเหตุเพลิงไหม้ภายในได้ เนื่องจากไม่มีทางเข้า รถดับเพลิงต้องเข้าไปด้านข้าง 2 ด้าน แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการดับไฟได้เนื่องจากอาคารทุกด้านปิดมิดชิด และมีไฟโหมแรงขึ้นภายในเห็นควันพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา
จนต้องประสานรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดมาเพิ่ม 9 คัน ทั้งรถดับเพลิงของตำบลดงลานและตำบลเหนือเมือง และ มทบ.27 ค่ายประเสริฐสงคราม เข้ามาเสริม รวม 15 คัน เพื่อควบคุมเพลิง
จนกระทั่งระยะเวลา 11.00 น ก็ยังไม่สามารถเข้าไปควบคุมเพลิงได้ ได้แต่ล้อมรอบบริเวณไว้ป้องกันภัยลุกลามไปยังโกดังขายเครื่องจักการเกษตร และบ้านเรือนด้านข้าง อย่างสุดความสามารถซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมง ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิง หรือระงับเหตุไว้ได้
และจากการสอบถาม พนักงานเฝ้าอาคารด้านข้าง ทราบว่า ได้กลิ่นควันแต่ไม่เห็นเปลวไฟ ตั้งแต่เมื่อคืนประมาณ 2 ทุ่ม แต่ไม่พบเพลิงก็ไม่เอะใจอะไร จนกระทั่งเช้าจึงพบว่ามีควันไฟพุ่งรุนแรงขึ้น ขึ้นจึงได้แจ้งเหตุดังกล่าว
ขณะที่ ผู้จัดการโกดังที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ กล่าวว่า ทราบเหตุในตอนเช้าขณะที่กำลังจะมาเปิดห้าง จึงพบว่าเกิดเพลิงไหม้และได้กันเจ้าหน้าที่พนักงานทุกคนออกนอกพื้นที่ ได้ด้วยความปลอดภัยทุกคน โดยไม่มีใครได้รับอันตรายแต่อย่างใด
จนเวลา 11.30 น. ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไม่ได้ และเพลิงยังลุกไม่อยู่ข้างใน และเริ่มปรากฏเป็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมา ในขณะที่ความร้อนอบข้างในทำให้ตัวอาคารเกิดรอยร้าว ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ถอนตัวออกมาด้านนอก เพื่อความปลอดภัยก่อน เพื่อที่จะวางแผนต่อไป ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังประชุมวางแผนเตรียมทุบกำแพงด้านข้างเข้าไป เพื่อเปิดทางให้ควันออกและสามารถเข้าไปควบคุมเพลิงภายใน เกิดเสียงไฟปะทุจากการเกิดเพลิงไหม้สิ่งของภายในโกดังให้ได้ยินตลอดเวลา ทำให้ร้านค้าด้านข้าง ซึ่งติดกับอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ได้เร่งขนย้ายสินค้าสิ่งของ สำคัญออกจากอาคารเพื่อป้องกันการเกิดไฟลุกลามจนควบคุมไม่ได้ จะเกิดความเสียหายเกิดขึ้น

และในที่สุด ก็มีการประสานรถเครนจากภาคเอกชน เข้ามาแก้ปัญหาในการหาทางควบคุมเพลิง เนื่องจากการปิดทึบทุกด้าน เสี่ยงต่อความปลอดภัยของหน่วยดับเพลิง ด้วยการใช้รถเครนเจาะพนังอาคารด้านทิศตะวันตก เป็นช่องขนาดใหญ่ 3 ช่อง เป็นช่องเพื่อระบายควัน จึงเริ่มปรากฏว่าไฟไหม้ในตัวอาคาร และมีเสียงดังคล้ายเสียงระเบิดของวัตถุไวไฟ ดังต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลานาน
จนท.จึงสามารถเข้าไปควบคุมเพลิงภายในอาคาร และสามารถฉีดน้ำเข้าไปควบคุมเพลิงที่อยู่ภายใน พร้อมกับฉีดน้ำควบคุมเพลิงโดยรอบ ป้องกันการลามไหม้ป่า แล้วลามไปยังบ้านเรือนข้างเคียง
จนกระทั่ง 14.00 น. จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเขตจำกัด และเฝ้าระวังควบคุมเพลิงไว้ข้างใน ปล่อยให้ไหม้สิ่งของภายในเพื่อไม่ให้ลามออกมาด้านนอกไว้ได้
จากการสอบถาม นายอุกฤษฎ์ อายุ 47 ปี เจ้าของร้าน (โกดัง) ซึ่งเดินทางกลับมาจากนครราชสีมา กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้น เฉพาะอาคารกว้าง 14 เมตร ยาว 70 เมตร และส่วนประกอบอาคาร น่าจะเกือบ 20 ล้านบาท และหากประเมินที่มีสิ่งของ เครื่องเล่น ของเล่นเด็ก และ อื่นๆ ในอาคาร คาดว่ามูลค่าความเสียหายจากการประเมินเบื้องต้น น่าจะเกือบ 30 ล้านบาท และมีการทำประกันไว้เพียง 10 ล้านบาท เท่านั้น ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
ส่วนเสียงระเบิดที่ดังขึ้นตลอดเวลา ยืนยันว่าภายในอาคารไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย ไม่มีประทัด ดอกไม้เพลิง หรือพลุแสง หรือพลุเสียง มีเพียงถังสีน้ำมัน กระป๋องสีสเปรย์น้ำมัน ที่เหลือจากการทาสีและพ่นอาคารที่เหลือเก็บไว้ภายใน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดมากกว่า


