น้ำตาท่วมวัด เผานักเรียนชาย ม.3 โรงเรียนดังโคราช ดิ่งตึกเสียชีวิต เพื่อนอาลัย เสียงร่ำไห้ระงม
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ที่เมรุวัดมาบตะโกเอน ต.มาบตะโก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มีพิธีประชุมเพลิง เด็กนักเรียนชาย อายุ 14 ปี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตกลงมาจากอาคารเรียนภายในโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในเขต ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ช่วงค่ำวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา
นายสวาท ฦาชา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดนครราชสีมา (ผอ.สพม.นม.) นายศิวา กาฬแสน ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน บ.ว.น. ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุ และนายอนุชา ศิริโภคานนท์ ที่ปรึกษานายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนคร (ทน.) นครราชสีมา ในฐานะนายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนที่เกิดเหตุ ร่วมทอดผ้าบังสุกุล บรรยากาศค่อนข้างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความเศร้า ผู้ปกครองและเพื่อนของผู้เสียชีวิตต่างร่ำไห้ระหว่างนำร่างเข้าสู่เตาเผา
นายอนุชาเปิดเผยว่า ในฐานะตัวแทนรุ่นพี่ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว สมาคมยินดีสนับสนุนการจัดกิจกรรมและกำหนดมาตรการช่วยดูแลสอดส่องดูแลบุตรหลาน ซึ่งมีจำนวนนักเรียนชาย-หญิง 3,970 คน ให้ศึกษาเล่าเรียนอย่างมีความสุขและความปลอดภัย

นายประพิศ นวมโคกสูง คณะทำงาน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา เมืองโคราชมีเหตุสะเทือนใจนักเรียนนักศึกษาฆ่าตัวตายโดยกระโดดจากอาคารเรียนรวม 4 ราย ทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาพูดคุยปรึกษาหารือกำหนดแนวทางป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ปล่อยปละละเลย มิเช่นนั้นความสูญเสียก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ ตนได้นำเสนอแนวทางป้องกัน แก้ไขดังนี้ 1.ลดบรรยากาศการแข่งขัน หรือหวังผลทางด้านวิชาการ ไม่กำหนดหลักสูตรทางวิชาการเข้มข้นจนเกินไป อาจกลายเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับนักเรียน
นายประพิศกล่าวว่า 2.สร้างบรรยากาศการเรียนการสอนให้ผ่อนคลายและมีคุณภาพ หรือการเรียนปนเล่น เน้นช่วยเพื่อนก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี 3.ทั้งผู้ปกครอง ครู นักเรียน และผู้บริหารควรได้เข้ารับการอบรมจากนักจิตวิทยา และรับฟังธรรมะจากพระมาช่วยเป็นหลักทางจิตใจ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สลด! นักเรียนชาย ม.3 โรงเรียนมัธยมชื่อดังโคราช กระโดดอาคารเรียนชั้น 6 เสียชีวิต
- โรงเรียนหยุด 1 วัน อาลัยเด็ก ม.3 กระโดดตึก ตร.แกะรอยจากมือถือหาเบาะแสเพิ่ม
- ผอ.โรงเรียน ล้อมคอก หลังเกิดเหตุเด็ก ม.3 กระโดดตึก โคราชสลด นับเป็นรายที่ 4 ของปี

ด้านนายอัคคชา พรหมสูตร ประธานกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนสุรนารีวิทยา ซึ่งเป็นสถานศึกษาแรกที่มีเหตุนักเรียนหญิงกระโดดตึกฆ่าตัวตาย กล่าวว่า ปัญหาเกิดต่อเนื่อง ทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดเหตุสูญเสียอีก จากการติดตามพฤติกรรมของผู้ที่ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาชีวิตครอบครัว เช่น ความสัมพันธ์แตกแยก ผู้ปกครองไม่มีเวลาใส่ใจใกล้ชิดให้ความอบอุ่น เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งผู้ปกครองต้องทำงานหาเงินเป็นหลักเพื่อส่งเสียเลี้ยงดูให้บุตรหลานมีอนาคตก้าวหน้า ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผู้ปกครองกับนักเรียนมากขึ้น
นายอัคคชากล่าวว่า การตัดสินใจปัญหาเล็กน้อยของผู้ใหญ่อาจกลายเป็นปัญหาอันใหญ่หลวงสำหรับบุตรหลาน รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับเครือข่ายผู้ปกครองและครูตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ควรมีกิจกรรมการมีส่วนร่วม สื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันอย่างน้อยเทอมละ 1 ครั้ง เมื่อพบสาเหตุปมปัญหาจะสามารถนำมาสู่กระบวนการแก้ไขได้อย่างละมุนละม่อม
“พฤติกรรมฆ่าตัวตายในเด็กและเยาวชนไม่ใช่โรคติดต่อทางสังคม และไม่ต้องการให้เป็นพฤติกรรมเลียนแบบ ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับการรับรู้ข้อมูล สื่อ ข่าวสาร สิ่งบันเทิงต่างๆ ที่มีความรวดเร็วตามยุคสมัย เมื่อเด็กและเยาวชนรับเข้าไปส่วนใหญ่ขาดประสบการณ์และความรู้ ครูต้องร่วมกับเครือข่ายผู้ปกครองเพิ่มการเฝ้าระวังดูแลใส่ใจ ให้คำแนะนำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมให้มากกว่านี้” นายอัคคชาระบุ


