ชายเมาคลั่ง ใช้ค้อนทุบตู้ ATM กลางห้าง หลังเงินไม่มีเข้าบัญชี

ชายเมาคลั่ง ใช้ค้อนทุบตู้ ATM กลางห้าง หลังขอยืมเงินแม่ แต่ไม่มีเงินโอนเข้าบัญชี โอดตกงาน ไม่มีเงิน กินข้าวมื้อสุดท้าย คือเช้าเมื่อวาน

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุชายเมาคลั่งอาละวาดก่อเหตุวุ่นวาย ใช้มือทุบตู้ ATM ที่บริเวณหน้าธนาคารออมสิน ในห้างโลตัส สาขานาดี ถ.อุดรธานี – หนองบัวลำภู

หลังรับแจ้งเหตุ ร.ต.อ.วิฆเนศ ซื่อตรง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจชุดป้องกันและปราบปราม รุดออกไปตรวจสอบและระงับเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ธนาคาร และห้างโลตัส ยืนพูดคุยเจรจาอยู่ห่างๆ โดยชายคนดังกล่าวในมือยังคงถือค้อนเหล็ก ร้องตะโกนโวยวายชี้หน้าด่ากราดผู้คนไปทั่วบริเวณ ซึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งที่คาดว่าจะเป็นภรรยาของชายคลั่ง ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าไปห้ามปราม

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึง ได้พูดคุยเจรจาให้ชายคนดังกล่าววางค้อนลง และให้สงบสติอารมณ์พูดคุยกัน ชายคนดังกล่าวยังคงตะโกนด่าทอ จับใจความได้ว่า ไม่พอใจที่ไม่สามารถปรับหน้าสมุดธนาคารได้ ไม่พอใจที่ยอดเงินไม่เข้ามาในบัญชี รอคนโอนเงินมาให้แต่เงินก็ยังไม่มา จึงใช้มือทุบที่ตู้ ATM และตู้ปรับหน้าบัญชีธนาคาร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้จังหวะที่ชายคนดังกล่าวเผลอ เข้าล็อคคอจากด้านหลัง และนำตัวไปสอบสวนที่โรงพัก

Advertisement

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าชายคลั่งรายนี้ ชื่อนายเที่ยง หมุนดี อายุ 43 ปี  ส่วนภรรยาชื่อน.ส.เพลินพิศ จักรทุม อายุ 43 ปี ทั้ง 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มาที่ห้างโลตัส เพื่อจะนำสมุดบัญชีธนาคารมาปรับหน้าที่ เพื่อจะเช็คยอดเงินว่ามีการโอนเงินเข้ามาหรือไม่ แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีเงินโอนเข้ามาในบัญชี จึงมีอาการโมโห ประกอบกับมีอาการมึนเมา จึงขาดสติและโวยวานด่าทอคนอื่นที่อยู่รอบข้าง จากการตรวจค้นในกระเป๋าสะพาย มีอุปกรณ์เครื่องมือช่างอยู่เป็นจำนวนมาก

นายณรงค์ชัย แสนสม อายุ 59 ปี รปภ.ธนาคารออมสิน เล่าว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมา เห็นชายคลั่งรายนี้มาทำธุรกรรมที่ธนาคารมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งก็มีอาการโวยวายแต่ไม่รุนแรงแบบนี้ โดยรอบนี้ชายคนนี้มาอีกเป็นครั้งที่ 3 ก็เห็นโวยวายขึ้นมาอีก แต่เห็นว่ามีการดึงค้อนออกมาจากกระเป๋า จึงทำการล็อคประตูธนาคารเอาไว้ เพราะชายคลั่งมีท่าทีจะบุกเข้าไปด้านใน โชคยังดีที่ชายคนนี้ไม่ได้ก่อเหตุทุบทำลายทรัพย์สิน และไม่มีคนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด

ด้านนายเที่ยง ที่ยังมีอาการมึนเมาอยู่ เล่าว่า ขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ยอมรับว่ามีอารมณ์โมโห เนื่องจากต้องการเงินมาซื้อข้าวกิน ตนได้โทรศัพท์บอกแม่ที่ จ.อำนาจเจริญ ว่าลำบากตกงานอยู่ อยากจะขอยืมเงินมากินข้าวก่อน 300 บาท ตนจึงขับรถจักรยานยนต์ซ้อนภรรยามาจากบ้านคนรู้จัก ที่ไปช่วยงานที่บ้านช้าง เพื่อมาเช็คดูว่าแม่โอนเงินเข้าบัญชีแล้วหรือยัง

“ไปช่วยงานเขา เขาก็ซื้อแต่เหล้าขาวมาให้กิน 2 ขวดเล็ก ให้แต่ขนมมา แต่ไม่มีเงิน ยอมรับมาดื่มเหล้าจนเมามาย และยอมรับว่าเคยเสพยาบ้า แต่ไม่ได้เสพมาหลายวันแล้ว ขอโทษกับทุกสิ่งที่ทำลงไป ขอโทษที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว” นายเที่ยง กล่าว

ขณะที่ น.ส.เพลินพิศฯ เล่าว่า สามีมีอาชีพเป็นช่างหลังคาบ้าน ก็ออกไปรับจ้างช่วยกัน เจอกันและอยู่กินกันมานานหลายปี ไม่มีลูก ย้ายมาหางานทำที่อุดรฯ ได้ประมาณ 3 เดือน เช่าห้องพักอยู่แถว อ.เมืองอุดรธานี เดือนที่ผ่านมาพวกตนตกงาน ไม่มีงานทำ อาศัยงานเล็กๆน้อยๆจากคนที่รู้จัก ได้เงินบ้างแต่ก็ไม่มาก บางรายก็เลี้ยงข้าว เลี้ยงขนม เลี้ยงเหล้าสามี

วันนี้ออกไปช่วยงานคนรู้จักที่บ้านช้าง เงินติดตัวไม่มีสักบาท กินข้าวมื้อสุดท้ายตั้งแต่เมื่อเช้าวันก่อน (25 พฤศจิกายน) ซึ่งตอนนี้ไม่มีเงิน สามีเลยโทรไปยืมเงินแม่ จึงชวนกันมาที่ธนาคารในห้าง เพื่อมาเช็คยอดเงิน เมื่อไม่ได้อย่างที่ต้องการสามีเลยโมโห ด้วยความเมาจึงอาละวาด แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายไปด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดแต่ไม่พบ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา เมาประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้ขณะอยู่ในถนนสาธารณ หรือ สาธารณสถาน และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวน่าสนใจอื่น:

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image