ย่า ร้อง ทนายรณณรงค์ ปมหลานล้มใน ร.ร.เสียชีวิต หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม พบพิรุธ ครูบอกกล้องเสีย
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 30 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นางกัญญาภัท อายุ 49 ปี (ย่าเด็ก) เดินทางเข้าร้องเรียน ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานชมรม รณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังลูกชายคือ ด.ช.พชร เด็กอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน กทม. เนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ในช่วงเช้า พ่อได้ไปส่งน้องที่โรงเรียนตามปกติ และปู่ได้ไปรับที่โรงเรียนในเวลา 16.30 น. หลังเลิกเรียน ครูประจำชั้นแจ้งปู่ว่าน้องไปเหลาดินสอแล้วเดินสะดุดประเป๋าล้มและร้องไห้ แต่ภายนอกไม่ได้มีบาดแผลอะไร
ซึ่งครูประจำชั้นได้โทรไลน์ไปแจ้งคุณแม่ตอน 5 โมง ว่าน้องได้สะดุดกระเป๋าล้ม และตอนกลับมาบ้านน้องบ่นว่าเจ็บบริเวณแก้มและมีอาการง่วงนอน ปู่จึงให้กินยา แล้วให้น้องไปนอนพักผ่อน จนเวลาประมาณ 18.30 น. คุณพ่อและคุณแม่เลิกงานกลับมาบ้าน น้องตื่นมาบ่นว่าเจ็บบริเวณแก้มอีก จึงพาน้องกินนมเพื่อจะได้เข้านอน แต่น้องเกิดอาการอ้วกออกมา จึงเปลี่ยนเสื้อผ้าเช็ดตัวให้น้องพาน้องขึ้นไปนอน จนเวลา 3 ทุ่ม แฟนเข้านอนและเปิดไฟดูน้องเห็นหน้าน้องหน้าซีด และมีน้ำลายไหลออกปาก จึงรีบพาน้องไปโรงพยาบาลเข้าห้องฉุกเฉิน หมอบอกว่าได้ช่วยเต็มที่แล้วให้ทำใจ น้องได้เสียชีวิตแล้ว
ซึ่งผลชันสูตรบอกว่า ได้รับบาดเจ็บบริเวณศรีษะ เลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมอง ต่อมาวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ได้เข้าไปคุยกับทางโรงเรียนเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด ทางโรงเรียนแจ้งว่ากล้องเสียและได้ช่วยเงินทำบุญมา 20,000 บาท จึงได้เดินทางมาขอความช่วยเหลือจากทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร กลัวคดีไม่คืบหน้า และไม่ได้รับความเป็นธรรม
นางกัญญาภัทรกล่าวว่า ตอนนั้นประมาณเกือบ 5 โมง ช่วง 4 โมงกว่าๆ เขาบอกว่าเมื่อยขาเลยให้ขี่คอมา แล้วถามเขาว่าทำไมขี่คอครูมา น้องตอบว่าเมื่อยขาไม่อยากเดิน ล้มมา ตนถามว่าล้มที่ไหน น้องบอกล้มที่โรงเรียนสะดุดกระเป๋า ก็บอกตรงกับที่ครูบอก พอกลับมาตนจะป้อนข้าวและบอกให้น้องกินข้าว น้องบอกไม่กินอยากนอน ตนก็ดูว่าเจ็บตรงไหน น้องบอกเจ็บแก้มฝั่งซ้ายแต่ไม่มีรอยอะไร ตนดูหน้าตา จมูก ปาก ก็ไม่มีรอย ถ้ามันล้มฟาดกับโต๊ะต้องมีรอยแต่มันไม่มี ตนจับดูหมดแม้กระทั่งเล็บเท้า และน้องก็นอนหลับๆ ตื่นๆ พอน้องสาวไปซื้อขนมน้องบอกจะไปด้วย ตนก็ไม่ให้ไปบอกว่าเดี๋ยวปู่ซื้อมาให้มันจะมืดแล้ว น้องยังบอกว่าจะไปซื้อเอง
คนขายขนมพอรู้ว่าน้องเสียแล้วยังไม่เชื่อเลย บอกเมื่อคืนยังมาซื้อขนมเลย กลับมาก็อาบน้ำนอน และก็บอกให้ตนโปะแก้มแบบคุณครูให้ตนก็ทำ พอพ่อกับแม่เขากลับมาน้องก็ร้อง ตนเลยถามเอาไปโรงพยาบาลมั้ย น้องบอกภูผาไม่เป็นไรเจ็บนิดเดียวเอง ตนเป็นย่าต้องเลี้ยงอีกคนเพราะน้องอีกคนติดตนมาก ตนก็เอาน้องอีกคนไป พ่อแม่เขาก็เอาภูผาไปกินนมแล้วเขาอ้วก อาบน้ำเช็ดตัวและเดินขึ้นไปนอนชั้น 3 กับพ่อเขา ตนอยู่ในเหตุการณ์แค่นี้
หลังจากนั้นพ่อเขาวิ่งมาบอกให้ตนช่วยด้วยภูผาเป็นอะไรไม่รู้มีน้ำลาย ตนเลยรีบลุกมาเปิดประตูดู แม่เขาก็อุ้มลงมาหาตนที่ชั้น 2 พาไปโรงพยาบาลพญาไทใกล้ที่สุด ไปแปบเดียวคุณหมอเอาเข้าห้องฉุกเฉินไป ตนไม่อยู่รอที่บ้าน น้องก็ไม่เป็นอะไรเลย ปกติทุกอย่าง ถ้าน้องล้มไปมันธรรมดา ก่อนหน้านี้ก็เคยล้มลูกตาเจาะมา ล้มอีกทีก็หัวยังโนอยู่เลย ปู่ก็ให้กินยาแก้ปวด ตนกับปู่ก็ชะล่าใจอย่างที่โรงเรียนยกความผิดให้ตนกับปู่ ถ้าน้องล้มทำไมไม่มีแผลอะไรเลย น้องเสียไปหน้านิ่งๆ ไม่มีอะไรเลย โรงเรียนบอกให้ไปดูกล้องตอนเช้า พอไปดูบอกกล้องเสีย
พอเข้าไปเขาก็บอกเสียใจเหตุสุดวิสัย ตนก็ถามทำไมไม่เอาไปส่งโรงพยาบาล เขาบอกไม่มีสิทธิต้องให้พ่อแม่อนุญาต ตนติดใจที่น้องล้มแล้วกล้องเสีย ตัวอื่นไม่เสียมาเสียตัวนี้ โรงเรียนช่วยงานศพมา 20,000 บาท และมาฟังสวด เผาศพน้อง เขาบอกทำเต็มที่แล้ว ตนก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เขาเอากฎหมายมาเล่นเรา บอกให้รอผล รอชันสูตร เขายกความผิดให้ปู่กับย่าหมดเลย น้องไม่เคยป่วย มีแค่ไปว่ายน้ำที่โรงเรียนแล้วเป็นหวัด หลังๆ ก็ไม่เคยให้น้องเล่นน้ำ ก่อนหน้านี้น้องตกเก้าอี้แล้วคิ้วเจาะเขาก็โทรมาแจ้งตนก็รีบไปดูที่โรงเรียน อีกครั้งน้องล้มหัวโนอันนี้ก็เรื่องปกติของเด็กตนก็ไปรับกลับที่บ้าน มาถึงก็ดูแล้วเจ็บมั้ยน้องบอกไม่เจ็บตนก็ไม่อะไร แต่อันนี้ไม่มีแผลแต่น้องตาย มันงงตรงนี้
ทางโรงเรียนก็ไม่ชัวร์เลย ไปถามเขาทำท่าให้ดูว่าล้มแบบนี้ ตนบอกจะดูกล้องเขาบอกว่ากล้องเสีย ตนเลยถามทำไมเมื่อคืนบอกให้มาดูกล้อง คุณครูบอกตกใจ คุณครูน่าจะพูดผิด คุณครูโครตจะปกปิดเลย ปลิ้นไปปลิ้นมา ไม่เคยมาขอโทษไม่มีคำขอโทษ เขาบอกว่าแม่เขาเสีย รถล้มก็ไม่เกี่ยวกับเรา คุณครูเสียใจ ทุกคนเสียใจหมดแต่ก็ไม่เท่าครอบครัว ไม่เท่าตน ตอนนี้ตนเป็นอะไรไม่ได้เพราะลูกตนก็เสียใจ เขาร้องไห้มากอดตน เลยห้ามเป็นอะไรเพราะต้องดูเขาด้วย

