‘จุรินทร์’ ขึ้นเหนือ เปิดงานม้ง โชว์วิสัยทัศน์หนุนการค้า ลงทุน ท่องเที่ยว ออกโรดโชว์อาเซียน

‘จุรินทร์’ ขึ้นเหนือ เปิดงานม้ง โชว์วิสัยทัศน์หนุนการค้า ลงทุน ท่องเที่ยว ออกโรดโชว์อาเซียน

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน Hmong Economic Leaders 2022 ของสมาคมพ่อค้าม้งไทย เพื่อสนับสนุนส่งเสริม การค้าและลงทุนผู้ประกอบการชาวม้งที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายชวภณ เจริญ ธนเดชากร นายกสมาคมพ่อค้าม้งไทย นายวิชิต เมธาอนันต์กุล ที่ปรึกษาสมาคมพ่อค้าม้งไทย ในฐานะนายกเทศมนตรีตำบลแม่แรม อ.แม่ริม พร้อมคณะกรรมการ ผู้ประกอบการ นักลงทุนต่างประเทศจากสหรัฐอเมริกา เวียดนาม ลาว และผู้นำชุมชน เข้าร่วมกว่า 500 คน

นายวิชิตกล่าวว่า สมาคมก่อตั้งมากว่า 10 ปีแล้ว ปัจจุบันมีชาวม้งที่อาศัยอยู่ใน 14 จังหวัด ทั่วประเทศกว่า 500,000 คน เดิมประกอบอาชีพเกษตรกรรม และปลูกฝิ่น ต่อมาได้พัฒนาอาชีพเป็นเกษตรทางเลือก ท่องเที่ยววิถีชุมชน ลงทุนตลาดหลักทรัพย์ ค้าออนไลน์ สถาปนิก วิศวกร แพทย์ ผู้พิพากษา นายอำเภอ ทหาร ที่ สร้างแรงบันดาลใจเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีกว่าเดิม

แนวทางสมาคมฯ พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวม้ง มี 3 ประการ คือ พัฒนาส่งเสริมอาชีพด้วยองค์ความรู้ ส่งเสริมพัฒนาการศึกษาชาวม้งด้วยภูมิปัญญา และรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นรากเหง้าและวิถีชีวิตชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวม้งให้มั่งคั่งและยั่งยืนด้วย

Advertisement

นายจุรินทร์กล่าวว่า เศรษฐกิจประเทศพึ่งพาการส่งออก ท่องเที่ยว การลงทุนต่างประเทศปี 64 ส่งออก 8.5 ล้านล้านบาท ปี 65 เพิ่มเป็น 9 ล้านล้านบาท แต่เศรษฐกิจโลกน่าเป็นห่วงยังอยู่ในภาวะถดถอย จากปัญหาโควิด สงครามรัสเซีย-ยูเครน ในปี 64 เศรษฐกิจขยายตัว 6% ปี 65 ขยายตัว 3% ส่วนปี 66 ขยายตัว 2.7% ดังนั้นการค้าโลกจึงพึ่งพาส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มเอเปค ที่มีมูลค่าการค้า 2 ใน 3 ของโลก

ดังนั้นการค้าโลกในปัจจุบัน จึงเป็นแบบการสร้างและผลิตสู่ความยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ภายใต้แนวทางใช้การตลาด นำการผลิต โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายส่งเสริมการแสดงสินค้านานาชาติในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ ลาว กัมพูชา เวียดนาม โดยให้แต้มต่อ เพื่อจัดสรรบูธให้กลุ่ม SME ในสัดส่วน 5-7% เพื่อนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายที่เพื่อนบ้าน และเพิ่มโอกาสส่งออกในอนาคต

“ไทยถือเป็นประเทศอันดับ 6 ของเอเซียและเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ ที่ใช้ซอฟต์เพาเวอร์เป็นจุดขายการค้าลงทุน ท่องเที่ยว โดยเฉพาะวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ชุมชน อาทิ อาหาร เครื่องแต่งกาย และภาษาถิ่น ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น” นายจุรินทร์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image