หน้าแรก ภูมิภาค เผย กาสิโนปอย...

เผย กาสิโนปอยเปต ไม่มีระบบป้องกันไฟไหม้ คาดบาดเจ็บรวมกว่า 200 คน

29.12.22 | 15:53 น.
(Photo by AFP)

เผย กาสิโนปอยเปต ไม่มีระบบป้องกันไฟไหม้ คาดบาดเจ็บรวมกว่า 200 คน

จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงแรมแกรนด์ ไดมอนด์ ซิตี้ แอนด์ กาสิโน ในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับตลาดโรงเกลือและด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยสื่อต่างประเทศรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10 รายแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้าไปค้นหาภายในตัวอาคาร เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่อาจติดค้างและค้นหาร่างที่เสียชีวิตภายในอาคารฝั่งที่พัก โดยพบว่ามีเคสดำอย่างน้อย 4 ราย ที่ชั้น 15 ของอาคาร

จากนั้น เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุเพลิงไหม้แกรนด์ไดมอนด์ กาสิโน เพลิงได้สงบลงโดยพบว่าคงเหลือเพียงควันคุกรุ่นในอาคาร โดยในส่วนอาคารที่ 2 ที่เป็นกาสิโน เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปในอาคารได้เนื่องจากมีการทรุดตัว ขณะที่ อาคารอีกด้านที่เป็นฝั่งโรงแรม เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ โดยสามารถเข้าไปได้เพียงบางชั้น พบผู้บาดเจ็บ แต่ไม่สามารถระบุจำนวนได้

ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เข้าไปสำรวจอาคารเป็นโรงแรม เปิดเผยว่า อาคารไม่มีระบบป้องกันไฟไหม้และเป็นอาคารที่ทึบ ทำให้ยากแก่การช่วยเหลือ โดนตอนนี้มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยตะวันออกและกรุงเทพฯต้องเข้าไปช่วย

ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. กล่าวว่า นพ.ประภาส ผูกดวง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) สระแก้ว ข้อมูลเมื่อเวลา 08.20 น. ได้รับการประสานให้ดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ จำนวน 32 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยสีแดง 13 ราย สีเหลือง 3 ราย และสีเขียว 16 ราย นำส่งรักษาโรงพยาบาลต่างๆ ใน จ.สระแก้ว ดังนี้ รพ.ค่ายสุรสิงหนาท ผู้ป่วยสีแดง 6 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ ส่งต่อ รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว สีเขียว 3 ราย, รพ.อรัญประเทศ ผู้ป่วยสีแดง 5 ราย และสีเหลือง 2 ราย, รพ.วัฒนานคร ผู้ป่วยสีแดง 2 ราย ส่งต่อ รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว และสีเขียว 2 ราย, รพ.โคกสูง ผู้ป่วยสีเหลือง 1 ราย และสีเขียว 8 ราย และ รพ.เกษมราษฎร์ อรัญประเทศ ผู้ป่วยสีเขียว 3 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย (คนไทย)

Advertisement

ด้าน ร.ต.อ.กฤษณะ เอี่ยมสอาด รอง สว.กก.ภ.จว.สระแก้ว กล่าวว่า ขณะนี้มียอดผู้บาดเจ็บทั้งสิ้นกว่า 200 คน และผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว 11 ราย

(Photo by AFP)
(Photo by AFP)
(Photo by AFP)