หนองบัวลำภู ทำบุญเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชั่วคราว แจกชุด พ่อแม่พาลูกหลานรับชุด เตรียมมาเรียนในวันพรุ่งนี้
เมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่บริเวณโรงเรียนบ้านหนองกรุงศรีโพธิ์ศรีสมพร ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเปิดเป็น อาคารเรียนศูนย์เด็กเล็กชั่วคราวขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อุทัยสวรรค์ เพื่อจะเปิดทำการเรียนการสอนในวันที่ 4 มกราคม
โดยวันนี้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้ทำพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลในการจะเปิดอาคารเรียนชั่วคราวแทนหลังเก่าที่เกิดเหตุสังหารหมู่ มีผู้เสียชีวิต 37 ราย บาดเจ็บ 12 ราย เนื่องจากผู้ปกครองไม่อยากส่งลูกหลานมาเรียนที่อาคารหลังเดิม
ทั้งนี้ มีการย้ายสถานที่เรียนชั่วคราวมาใช้อาคารเรียนจากห้องสมุดเดิมของโรงเรียนบ้านหนองกุงศรีโพธิ์ศรีสมพร ก่อน ในช่วงที่รองบประมาณที่ จ.หนองบัวลำภู กำลังของบกลางจากสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อมาดำเนินการก่อสร้าง

นายสุวิทย์ จันทร์หวร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เดินทางมาเป็นประธานในการทำบุญและเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชั่วคราวแห่งใหม่ ซึ่งมีนายศศิน พัฒนาภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู ท้องถิ่นจังหวัดหนองบัวลำภู ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภูเขต 2 ตัวแทนทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 23 จังหวัดเลย นายดนัยโชค บุญโสม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่จะนำลูกหลาน มาเรียน รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิต ชาวบ้าน และเด็กนักเรียนอนุบาลที่จะมาเข้าเรียนมาร่วมทำบุญ
นอกจากนี้ ยังมี นางยุพิน ยายของน้องแอมมี่ หรือน้องแอมบุญ ที่พระเปลี่ยนให้หลังรอดชีวิต เด็กหญิงคนเดียวที่รอดจากการถูกทำร้าย โดยนางยุพินนำเหรียญหลวงปู่ทวดที่ได้มาจากวัดใน กทม. และเป็นเหรียญที่ให้หลานห้อยไว้วันเกิดเหตุ มาแจกให้ผู้ร่วมทำบุญ
รวมทั้ง นางมนัชญา แม่ของเด็กชายอายุ 3 ปี 7 เดือน ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกฟันศีรษะเป็นแผลยาว แต่ตอนนี้รักษาอาการหายดีแล้ว เดินทางมาร่วมงานพร้อมกับแม่ ซึ่งผู้ปกครองของนักเรียทั้งสองคนบอกว่าจะให้ลูกมาเรียนในวันพรุ่งนี้
นางมนัชญากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ลูกมาขอคุณครูเรียนก่อนแล้ว 3 วัน น้องบอกว่าอยู่ที่บ้านเบื่อ อยากมาเรียน จึงขอคุณครูให้น้องมาทดลองเรียนก่อนเปิดจริง น้องชอบเพราะว่ามีของเล่นเยอะ มีคุณครูพาเล่น
“ตอนเช้าเห็นว่าอากาศหนาว จะไม่ให้น้องมาด้วย แต่น้องขอร้องแม่ว่าขอมาด้วย เลยให้มา” นางมนัชญากล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากจะมีการทำบุญแล้ว ยังมีการมอบชุดนักเรียนอนุบาล กระเป๋า รองเท้า ถุงเท้า พร้อมอุปกรณ์และที่นอน จำนวน 68 ชุด ให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง รวมทั้งผู้ใจบุญนำขนม ลูกโป่ง ไอศกรีม มาร่วมแจกด้วย ด้านมูลนิธิยิ้มสยาม นำโดย นายสุชาติ ศรีสุวรรณ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 2 นางเพิ่มพูน อามาตย์มนตรี พร้อมคณะ นำเงินมามอบสนับสนุนให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 185,000 บาท โดยมีผู้ว่าฯหนองบัวลำภูเป็นผู้รับมอบ
นางนันทิชา พันธ์ชุม หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรค์ กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ เวลา 07.00 น.จะนำรถตู้ออกไปรับเด็กนักเรียน จำนวน 2 คัน จะจัดให้มีคุณครูไปกับรถตู้ทุกคัน และไม่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองเข้ามาส่งบุตรหลานภายในโรงเรียน การทำแบบนี้ไม่ถือว่าเป็นภาระงานที่เพิ่มขึ้น
ด้านผู้ว่าฯหนองบัวลำภู เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางจังหวัดได้มีการถอดบทเรียนและนำสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นบทเรียนแรกของประเทศในการจัดทำแผนเผชิญเหตุทางสังคม ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยมีแผนนี้มาก่อน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็ได้เริ่มจัดทำที่จังหวัดนี้เป็นครั้งแรก แผนนี้เรียบร้อยแล้ว และได้รายงานให้ พม.ทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผู้ว่าฯหนองบัวลำภูกล่าวว่า ส่วนเรื่องการซ้อมแผน หลังจากเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชั่วคราวแห่งนี้ก็จะมีการซ้อมแผนอีกครั้งหนึ่ง สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กถาวร ทางจังหวัดจะใช้แบบศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งจะแตกต่างไปจากแบบของกรมส่งเสริมองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมาปรับรูปแบบ ซึ่งจะต่างกับรูปแบบของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วไป ที่ไม่อยากให้พ่อแม่ผู้ปกครอง รวมทั้งคนในพื้นที่หวนกลับไปคิดถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเดิม อาจจะไปสะกิดแผลใจได้ และจะมีความทันสมัยมากกว่า แต่ก็ต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น
“จังหวัดได้ขอสนับสนุนงบกลางจากสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว จำนวน 8.5 ล้านบาท ส่วนหลังเดิมจะมอบให้นายก อบต.อุทัยสวรรค์ ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้ประชาคมว่าจะดำเนินการใช้ประโยชน์ในด้านใด แต่ตอนนี้จะต้องปล่อยให้เวลาผ่านไปสัก 1 ปีก่อน” ผู้ว่าฯระบุ
ประเด็นมาตรการความปลอดภัยให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนั้น ผู้ว่าฯหนองบัวลำภูกล่าวว่า หลังจากเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์แล้ว จังหวัดจะได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดเตรียมซ้อมแผนป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นตามองค์การบริหารภายในจังหวัด ส่วนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งไหนที่ยังอยู่ห่างไกล และมีแต่ครูผู้หญิงก็อาจจะให้ท้องถิ่นดำเนินการจัดเจ้าหน้าที่ อปพร.คอยไปดูแล หากท้องถิ่นไหนมีงบประมาณมาก็สามารถใช้งบจ้างเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลได้ นอกจากนั้น ในพื้นที่ห่างไกลก็จะมีเจ้าหน้าที่ อส. เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจให้เกิดความปลอดภัยเช่นกัน


