นำศพ น.ร.ร้อยเอ็ด บำเพ็ญกุศล เผยมือมีดเป็นคนในชุมชน แยกแม่ออกไปแล้ว หวั่นประชาทัณฑ์

ครอบครัวนำศพ น.ร.ร้อยเอ็ด กลับบ้าน เผยมือมีดเป็นคนในชุมชน จนท.แยกแม่ออกไปก่อน หวั่นประชาทัณฑ์

เมื่อวันที่ 6 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคนร้าย เป็นชาย อายุ 37 ปี ถือมีดบุกแทงนักเรียนในโรงเรียนบ้านเล้าวิทยาคาร ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ เป็นผลให้ เด็กนักเรียนชั้น ม.2 ถูกแทงบาดเจ็บ ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ล่าสุดญาตินำศพกลับบ้านเพื่อบำเพ็ญกุศลแล้ว

เมื่อเดินทางไปที่บ้านนักเรียนที่เสียชีวิต พบกับทีมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ร้อยเอ็ด บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมประสานงานกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและครอบครัว แบ่งเป็น

1.ประสานยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด แจ้งสิทธิของผู้เสียหาย ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 ค่าช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นประมาณ 110,000 บาท โดยจะนำเข้าคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาในคดีอาญา ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อไป

2.ทีม One home ร้อยเอ็ด วางแผนช่วยเหลือเงินเงินเยียวยาเบื้องต้น โดยให้เงินสงเคราะห์ครอบครัวกรณีฉุกเฉิน และจัดทำรวบรวมรายชื่อเด็กนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในภาวะตื่นตระหนกในการที่จะลงติดตามให้คำปรึกษาแนะนำและช่วยเหลือครอบครัวของเด็ก

Advertisement

3.โรงพยาบาลร้อยเอ็ดจะส่งทีมจิตแพทย์ลงพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจเบื้องต้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายเดชา ไชยคำมิ่ง ผู้แทนสำนักงานยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด แจ้งว่า เบื้องต้นทายาทผู้เสียหายได้รับทราบแนวทางให้การเยียวยาแก่ผู้เสียหายเบื้องต้น 110,000 บาท ในส่วนนี้จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมหารือกรรมการประจำจังหวัดก่อน

นางปราณี ปทุมมา หัวหน้า พมจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า เรามีบ้านพักเด็กและครอบครัว โดยเรามีเงินช่วยเหลือครอบครัวให้น้องและคุณแม่ของน้อง หรือการช่วยเหลือด้านการประกอบอาชีพและด้านอื่นๆ ก็จะลงมาพูดคุยรวมถึงการดูแลน้องๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ ซึ่งต่างคนต่างตื่นตระหนกและเสียขวัญ รพ.ร้อยเอ็ด และ สสจ.จึงส่งตัวแทนเข้าพื้นที่ พร้อมนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ร่วมพูดคุยกับน้องๆ และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ส่วนคุณแม่และครอบครัวผู้เสียหาย พมจ.ร้อยเอ็ดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง

นางปราณีกล่าวว่า เบื้องต้นมีผู้อยู่ในเหตุการณ์ 20-30 คน ในชั้นต้นเรากำลังไล่ชื่อน้องๆ เพราะเหตุเกิดแล้วก็กระจัดกระจายพร้อมกับครูเวรที่คอยต้อนรับนักเรียนส่วนหนึ่งก็ตามมาได้ ซึ่งได้ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ โทรบ้านเลขที่ของน้องๆ ไว้ หลังจากได้รับข้อมูลแล้วก็จะลงไปให้กำลังใจในช่วงบ่ายวันนี้

“ตอนนี้เด็กๆ ยังตื่นตระหนกและหวาดกลัว และไม่ใช่เฉพาะเด็ก แต่ยังรวมถึงคนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เพราะรถรับส่งนักเรียนได้เลี้ยวเข้าไปในบริเวณโรงเรียน มีคนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งครูที่ยืนเรียงแถวรับเด็กนักเรียน ทั้งนี้ ระหว่างเด็กจะลงรถ ผู้ก่อเหตุได้วิ่งสวนขึ้นไปบนรถ ทำให้ทุกคนช็อก ไม่คิดว่าจะเข้ามากระทำในโรงเรียน” หัวหน้า พมจ.ร้อยเอ็ด กล่าว

หัวหน้า พมจ.ร้อยเอ็ด กล่าวอีกว่า เท่าที่ตนสอบถามได้รับคำตอบว่า ผู้ก่อเหตุได้ขึ้นไปบนรถและจับมือเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ก่อนจะมาถึงน้องคนนี้ (ผู้เสียชีวิต) แต่เด็กผู้ชายคนนั้นสะบัดแขนออกได้ และมาคว้าน้องคนนี้แต่สะบัดไม่ออก จึงเกิดเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ เท่าที่สอบถามพบว่าไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกัน จึงคิดว่าเป้าหมายของผู้ก่อเหตุเป็นใครก็ได้ เผอิญผู้เสียชีวิตสะบัดแขนไม่หลุด จึงเกิดเหตุสลดดังกล่าว

ขณะที่ นายวัลลภ นาเมืองรักษ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด เล่าว่า เหตุการณ์วันนี้ทำให้หลายคนช็อก ซึ่งในชุมชนมีการขัดแย้งกัน เพราะแม่ผู้ก่อเหตุเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน โดยช่วงเช้าหลังเกิดเหตุเราได้แยกแม่ผู้ก่อเหตุออกไป เพราะกลัวจะโดนประชาทัณฑ์ ทั้งนี้ ชาวบ้านแยกออกว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับผู้เป็นแม่ ชาวบ้านเสียใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่อยู่บนรถ เพราะเหตุการณ์คือเด็กโดนแทงบนรถนักเรียนก่อนแล้วค่อยลากลงมาข้างล่างเพื่อแทงซ้ำ

นายวัลลภกล่าวว่า เด็กที่อยู่บนรถมีประมาณ 20 คน หลายหน่วยงานได้ประสานกับ สสจ.เพื่อเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาจิตใจแล้ว พร้อมกันนี้ เขตพื้นที่การศึกษา 1 ร้อยเอ็ด ได้บูรณาการร่วมกับยุติธรรมจังหวัดเข้ามาดูแลผู้เสียหายด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดประชุมบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเวลา 14.00 น. ที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด เพื่อประชุมทีมในการบูรณาการ การเยียวยา ดูแลรักษา และป้องกันการเกิดเหตุซ้ำอย่างครบวงจร

มีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิตเวชและเพิ่งพ้นโทษออกมาไม่ถึง 1 อาทิตย์ คนในชุมชนรู้นิสัยของผู้ก่อเหตุว่าเป็นผู้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เคยทำร้ายร่างกายคนในชุมชนหลายคนแล้ว ซึ่งได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปว่ากล่าวตักเตือน กระทั่งเกิดเหตุสลดในวันนี้

นางกฤษฎา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิต และเพิ่งจะพ้นโทษ ก่อนหน้านั้นที่อยู่ที่บ้านก็จะมีความหวาดระแวง แถมเคยทำร้ายคนในหมู่บ้านเช่นกัน แจ้งตำรวจมานำตัวไปหลายครั้งแล้ว

“พอได้ยินข่าวก็ตกใจและหดหู่พอสมควร เพราะผู้เสียชีวิตเป็นเด็ก กำลังน่ารัก วัยกำลังสดใส จะเป็นที่พึ่งของครอบครัวได้ ที่ผ่านมาในตำบลของเราไม่เคยมีเหตุอย่างนี้”

นางพิศมัย นันทเสนา ผอ.กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 เผยว่า หลังทราบเหตุวันนี้เขต 1 ร้อยเอ็ด ได้เข้าพื้นที่ตั้งแต่เช้า พร้อมสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อนำเข้าที่ประชุมและช่วยเหลือนักเรียนผู้เสียหาย เนื่องจากเขตการศึกษามีศูนย์เฉพาะกิจการช่วยเหลือนักเรียนอยู่ ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุได้สอบถามคณะครู ได้รับแจ้งว่าช่วงเกิดเหตุมีคนเข้าไปสอบถามผู้ก่อเหตุผู้ก่อเหตุที่อ้างว่าให้ไปสอบถามพ่อแม่ของเด็กดูว่ามีเหตุอันใด

ด้าน พ.ต.อ.ไกร สอนสี รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตามประวัติผู้ก่อเหตุที่บันทึกไว้ของตำรวจมีการก่อเหตุคลุ้มคลั่ง ทำร้ายคนบาดเจ็บ และก่อกวนชาวบ้านนานหลายปี มีการรับแจ้งให้ตำรวจไประงับเหตบ่อยครั้งมาก เคยต้องจำคุกมาแล้วด้วย แต่หลังจากออกมาก็ก่อเหตุให้ชาวบ้านเดือดร้อนรำคาญ จนเป็นที่ระอา

พ.ต.อ.ไกรกล่าวว่า ตำรวจเองก็ลำบากใจกับปัญหา แต่ไม่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ เพราะทุกครั้งที่ก่อเหตุมักจะไม่มีเจ้าทุกข์ เมื่อจับไปแล้วก็ต้องปล่อย ทั้งที่รู้ว่าเป็นปัญหาของสังคม หากจะแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาแก้ปัญหา เพราะอำนาจบางอย่าง หรือหลายอย่างไม่ได้อยู่ที่ตำรวจ แต่อยู่ที่ฝ่ายกระบวนการยุติธรรม

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image