ผู้ว่าฯขอนแก่น สั่งตรวจสอบเหตุอดีตโยมอุปัฏฐาก ร้องพฤติกรรมครูบาไก่ กล่าวหามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชาย
วันที่ 11 มกราคม นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อดีตโยมอุปัฏฐากรายหนึ่ง ได้ออกมาร้องเรียนถึงพฤติกรรมของพระสุวิทย์ ชินวโร หรือ “ครูบาไก่” อายุ 30 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าปฐมเทวาบูรพาราม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยกล่าวหาว่าครูบาไก่ มีการคบหาและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชาย และนำหลักฐานเป็นข้อความพูดคุยแชตและภาพของลับที่ อดีตโยมอุปัฏฐาก ระบุว่า เป็นภาพของครูบาไก่ มาร้องเรียนและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้นายพันเทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายติราช นาถปุญโญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เป็นคณะร่วมในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยได้ให้ไปหารือกับสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นธรรมยุต เพราะเนื่องจากครูบาไก่นั้นสังกัดธรรมยุต
โดยเบื้องต้นจะให้ดำเนินการไปตามระเบียบของคณะสงฆ์ เพราะขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่จะสามารถตัดสินว่าครูบาไก่ผิดจริงหรือไม่ ซึ่งกระบวนการตรวจจะต้องใช้เวลา และทางสำนักเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นธรรมยุต ยังต้องการหลักฐานจากฝ่ายที่ออกมาร้องเรียน เพื่อที่จะได้นำไปเป็นหลักฐาน ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของทางคณะสงฆ์ที่จะพิจารณาหากมีความผิดจริง ส่วนจะมีการร้องขอทางจังหวัดเพื่อเข้ามาช่วยตรวจสอบนั้น ทางจังหวัดก็พร้อมเข้าไปร่วมด้วย ขณะนี้ทางสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ได้ประสานไปยังเจ้าคณะอำเภอมัญจาคีรีเพื่อขอทราบรายละเอียดแล้ว
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดป่าปฐมเทวาบูรพาราม ต.สวนหม่อน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เพื่อขอพบกับทางครูบาอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบครูบาไก่ มีเพียงนายรัชพล เก่งกว่าสิงห์ อายุ 50 ปี พี่ชายของครูบาไก่ ซึ่งอยู่ภายในวัดกับลูกศิษย์ลูกหาคนอื่นๆ รวมทั้งพระลูกวัดซึ่งปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติภายในวัด นายรัชพลให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า หากจะพูดถึงการเรียกร้องความเป็นธรรมตนมองว่ามันเป็นเรื่องที่มีหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะตนคนเดียวคงไม่สามารถที่จะไปบอกหรือให้ใครเชื่อตามที่ตนต้องการได้อยู่แล้ว
อะไรที่เป็นหลักฐานอะไรที่คิดว่าสิ่งที่ทำเป็นเรื่องจริงก็ให้นำออกมา แล้วเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอน ถ้าเป็นเรื่องของพระของสงฆ์ก็ควรเข้าสู่กระบวนการของทางคณะสงฆ์ให้มันถูกต้อง ส่วนทางโลกสิ่งที่เขาทำก็จะเป็นเรื่องของญาติโยมคนที่เคารพศรัทธาพระครูบา ซึ่งมีอยู่ทั่วทุกสารทิศก็ให้เป็นการพิจารณาของทางญาติโยมในส่วนนี้ไป ในกรณีที่เกิดขึ้นนั้นก็มีทนายจากหลายทางติดต่อมาอยากจะมาช่วย ซึ่งในส่วนนี้ตนก็ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร แต่ก็อยู่ในการพูดคุยพิจารณาในส่วนที่จะสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายหรือตามสิทธิของในส่วนต่างๆ ที่เกิดขึ้น
นายรัชพลกล่าวอีกว่า ตนเสียใจที่ไม่น่าตัดสินใจที่จะเดินออกจากวัดมาในช่วงที่เกิดปัญหา เชื่อว่าถ้าตนอยู่ก็คงจะไม่เกิดปัญหาร้ายแรงถึงขนาดนี้ แต่ส่วนหนึ่งตนก็ต้องอยู่กับครอบครัวด้วย ในช่วงที่กลับไปนั้นครบรอบหนึ่งปีพอดี พอทราบว่าจะเกิดเรื่องดังกล่าวซึ่งก่อนจะเป็นข่าวก็ได้มีการพูดคุยกับครูบาไก่ถึงเรื่องนี้มาก่อนแล้ว รวมทั้งมีญาติโยมลูกศิษย์ลูกหามาบอก แต่มาก็ไม่เจอครูบาไก่แล้ว ซึ่งได้ทราบจากทางญาติโยมว่าครูบาไก่ไปปฏิบัติธรรมอยู่ในถ้ำ บอกลูกศิษย์ลูกหาไว้ว่าไม่อยากจะยุ่งเรื่องทางโลก ฝากให้ทางลูกศิษย์ลูกหาและทางวัดจัดการกันไปก่อน ตอนนี้ยังไม่อยากรับรู้อะไรและท่านก็ยังไม่บอกว่าจะกลับวันไหน แต่เชื่อว่าในเร็วๆ นี้ก็คงจะกลับมาเพราะตามนิสัยของท่านจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว

