อดีตโยมอุปัฏฐากหอบเอกสาร ยื่นเจ้าคณะจังหวัด ตรวจสอบครูบาไก่-สำนักพุทธฯชี้ไม่มีอำนาจลงโทษเหตุไม่มี กม.รองรับ
วันที่ 11 มกราคม ที่กุฏิถิรเสวี วัดศรีจันทร์พระอารามหลวง เขตเทศบาลนครขอนแก่น นางสาววาสนา เคลือบสูงเนิน หรืออิคคิว อายุ 33 ปี อาศัยอยู่ที่หมู่ 5 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นำเอกสารที่เป็นคำพูดคุย และภาพอวัยวะเพศที่อ้างว่าเป็นของพระสุวิทย์ ชินวโร หรือ “ครูบาไก่” อายุ 30 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าปฐมเทวาบูรพาราม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น มายื่นต่อพระเทพพุทธิมุนี เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นธรรมยุต โดยมีนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายติราช นาถปุญโญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ร่วมตรวจสอบ โดยนางสาววาสนาได้นำเอกสารมากกว่า 30 แผ่น มอบให้กับทางเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นธรรมยุตไว้ เพื่อจะได้มีการตรวจสอบตามกระบวนการ
นางสาววาสนากล่าวว่า เอกสารที่นำมายื่นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ทั้งเรื่องภาพลับ และเอกสารการพูดคุยกับครูบาไก่ในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องเงิน และการสร้างวัตถุมงคล ทุกเรื่องมีหลักฐานทั้งหมด ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่กุขึ้นมาทำร้ายใคร แต่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ที่สังคมต้องรับรู้ว่าที่มีผู้คนนับถือศรัทธานั้น มีพฤติกรรมเช่นไร พูดคุยกับใครบ้าง ไม่ได้มีจิตที่สงบตามที่ปรากฏออกมา และไม่ใช่การกล่าวหาลอยๆ แต่ทุกเรื่องมีหลักฐาน ในส่วนเรื่องเงินทองที่ใช้จ่ายในวัด ก็เป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง สร้างทุกอย่างให้ จ่ายเงินให้ เพราะครูบาไก่บอกว่าอย่าทิ้งวัด ให้ช่วยกันสร้าง แต่พอช่วยสร้าง ช่วยดูแล กลับถูกกล่าวหาว่าโกง ว่าทำไม่ดี จนสุดท้ายก็มาพบเรื่องภาพลับที่ส่งให้กับหนุ่มวัยรุ่นชาวจังหวัดเชียงใหม่ จึงเลิกศรัทธา และถอยออกมา ถ้าฝ่ายครูบาไก่ และพี่ชาย หรือสายบุญ มีหลักฐานตามที่กล่าวหาตนก็ให้นำไปแจ้งความ ให้มีการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายได้เลย และถ้าจะพิสูจน์ความจริง กล้าสาบานต่อพระแก้วมรกตหรือไม่ ส่วนตนพร้อมทุกเรื่อง เพราะมีหลักฐานชัดเจน ส่วนเรื่องเงินที่สำรองจ่ายนั้น ครูบาจะจ่ายคืนเมื่อมีงานบุญได้รับเงินจากการทำบุญมาจ่ายคืนให้ รวมถึงเงินเจ็ดแสนกว่าบาทที่ครูบาให้มาก็เป็นเงินใช้หนี้ที่มีการสำรองจ่ายให้วัด และยังยืนยันว่า ทุกอย่างที่พูดคือความจริงที่มีหลักฐานยืนยัน
ด้านนายติราช นาถปุญโญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ในเบื้องต้นนั้นยังไม่สามารถให้ข้อมูลในรายละเอียดต่างๆ ได้ โดยเป็นกระบวนการขั้นตอนของคณะสงฆ์ตามลำดับชั้น ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นไม่มีอำนาจในการลงโทษ เนื่องจากไม่มีข้อกฎหมายรองรับ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นเองมีเพียงหน้าที่ทำนุบำรุง และส่งเสริมสงเคราะห์พระพุทธศาสนา ในส่วนกรณีของครูบาไก่ ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นมีหน้าที่นำข้อมูลถวายให้กับเจ้าคณะจังหวัดเพื่อดำเนินการตามระเบียบของทางคณะสงฆ์ตามลำดับชั้น ขั้นตอน โดยมีสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น คอยประสานงานในด้านต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทางคณะสงฆ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

