หน้าแรก ภูมิภาค หัวจะปวด! หลว...

หัวจะปวด! หลวงตาตุ๋ยเณรวัย 12 จนอักเสบ ออกอุบายหลอกล่อ จะซื้อโทรศัพท์มือถือให้

17.01.23 | 20:35 น.

หัวจะปวด! หลวงตาตุ๋ยเณรวัย 12 จนอักเสบ ออกอุบายหลอกล่อ จะซื้อโทรศัพท์มือถือให้

ร้องทุกข์! ชาวบ้าน ให้ตรวจสอบหลวงตาวัย 66 ปี ล่วงละเมิดทางทวารหนักสามเณรวัย 12 ปี จนฉีกขาดอักเสบ-ติดเชื้อรุนแรงนานข้ามปี แต่คดีไม่คืบหน้า ล่าสุดทางหลวงตาหื่นหลบหนีออกจากวัด


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชน มีพระสงฆ์เป็นหลวงตาลูกวัดรูปหนึ่ง ทราบชื่อต่อมาว่า หลวงตาถาวร อายุ 66 ปี บวชมานาน 13 พรรษา ได้กระทำอนาจาร-ล่วงละเมิดทางเพศสามเณรเอ (นามสมมุติ) วัย 12 ปี ที่บวชเรียน เนื่องจากปัญหาครอบครัวหย่าร้าง ทางทวารหนักเป็นเวลายาวนาน มาตั้งแต่เดือน มิ.ย.65 เรื่อยมา สถานที่เกิดเหตุ ที่วัดหัวเขา หมู่ 14 ต.บ้านพระ อ.เมืองปราจีนบุรี แต่ต่อมาภายหลังทั้งหลวงตาและเณรเอ ได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดใหม่สามัคคี หมู่ 5 ต.บ้านพระ พื้นที่ใกล้เคียงกัน เพื่อรับกฐินสามัคคี เนื่องจากวัดใหม่สามัคคี มีพระสงฆ์-สามเณรไม่เพียงพอ ในการรับกฐินสามัคคี

โดยระหว่างจำพรรษาที่วัดใหม่สามัคคี หลวงตายังมีพฤติกรรมไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงคุกคาม-ล่วงละเมิดทางเพศเข้าทางช่องรูทวารหนัก กับสามเณรไม่หยุด โดยออกอุบายหลอกล่อบอกว่า จะซื้อโทรศัพท์มือถือให้ จำนวน 2 เครื่อง พร้อมกำชับในตราบาปสิ่งที่ได้กระทำแก่สามเณรนี้ ห้ามบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับใครๆ เด็ดขาดจนล่าสุด ช่วงก่อนสิ้นปี 2565 ทางสามเณรได้ถูกหลวงตาเรียกเข้ามาหาในกุฏิ

จากนั้นได้ล่วงละเมิดทางทวารหนักอีกรอบ อย่างรุนแรง จนสามเณรมีอาการปวด-แสบทวารหนัก พร้อมเกิดการอักเสบหนองไหล -ติดเชื้ออย่างรุนแรง ไปรักษาที่สถานีอนามัย หรือ รพ.สต.บ้านพระ แล้วยังไม่หาย ต้องนำส่งรักษาต่อที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมืองปราจีนบุรี เมื่อทางแพทย์ผู้รักษาสอบถาม-ชันสูตรโรคจึงทราบข้อเท็จจริงว่า สามเณรถูกหลวงตาวัย 66 ปีได้กระทำการล่วงละเมิด รวม 6 ครั้ง พร้อมได้แจ้งเรื่องทางผู้ปกครองพ่อ-แม่ได้ทราบ และออกใบรับรองแพทย์ให้

Advertisement

หลังจากนั้นทางแม่ของสามเณร ได้มาลงบันทึกแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี กับ พ.ต.ท.จุมพล ทฤษฎีสุข สารวัตรเวร (สอบสวน) เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.65 แต่หลังเกิดเหตุ ในวันที่ 30 ธ.ค.65 ทางหลวงตาถาวรได้รีบชิงหนีออกจากวัดใหม่สามัคคีทันที ส่วนทางสามเณรเอ เมื่อรักษาอาการอักเสบ-ภาวะติดเชื้อแล้ว ช่วงเดือน ม.ค.66 นี้ ได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดแจ้ง ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี เนื่องจากอยู่ใกล้กับบ้านของมารดาด้วยเกรงว่าคดีดังกล่าวจะเงียบหาย จึงได้มีการร้องทุกข์ชาวบ้าน! ผ่านสื่อมวลชนท้องถิ่นดังกล่าวในวันนี้ (17 ม.ค.)

ต่อมาเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวได้ประสานงานโดยแจ้งกับนางวารินทร์ สิกขชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ปราจีนบุรี ทราบว่าติดประชุมราชการที่ จ.ขอนแก่น แต่ได้มอบหมายสั่งการให้ทาง นางนงลักษณ์ แดงรัศมีโสภณ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ เจ้าหน้าที่ สนง.พระพุทธศาสนา จ.ปราจีนบุรี ประสานงานกับทางฝ่ายปกครอง อ.เมืองปราจีนบุรี นายธิติ กิตติวิทิตคุณ ปลัดอำเภอเมืองปราจีนบุรี พร้อมด้วยทางฝ่ายปกครองสงฆ์คือพระครูจันทวรกิจจาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเนินดินแดง/เจ้าคณะตำบลบ้านพระ ลงพื้นที่ ตรวจสอบรายละเอียด ทำการสอบสวน-ข้อเท็จจริง โดยด่วน

โดยเบื้องต้นทราบว่าทางเจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี ไม่อยู่วัด ไม่สามารถทำการสอบสวน-ติดตามรายละเอียดต่างๆ ช่วงเกิดเหตุในวัดใหม่สามัคคีได้ แต่จากที่หลวงตาผู้ถูกกล่าวหา และสามเณรผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งคู่เคยอยู่จำพรรษาที่วัดหัวเขา หมู่ 14 ต.บ้านพระ จึงได้ทำการประสานกับทางเจ้าอาวาสพร้อมลงพื้นที่ มาสอบข้อเท็จจริงที่วัดหัวเขา มีเจ้าอาวาสวัดหัวเขา (ขอสงวนนาม) ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยพระสายัณห์ ทีปะธัมโม รองเจ้าอาวาสวัดหัวเขา ซึ่งเป็นญาติของสามเณรเอ ให้การต้อนรับ-คอยให้ข้อมูล-รายละเอียด แก่ทางสงฆ์ผู้ปกครอง โดยทางพระครูจันทวรกิจจาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเนินดินแดง/เจ้าคณะตำบลบ้านพระ ผู้เป็นสงฆ์ฝ่ายปกครองตำบลบ้านพระ เป็นผู้สอบถามรายละเอียดต่างๆ นานกว่า 1 ชั่วโมง ทางสำนักงานพระพุทธศาสนา-ฝ่ายปกครอง อ.เมืองปราจีนบุรี คอยบันทึกข้อมูล-รายละเอียด

พระสายัณห์ ธีปะธัมโม รองเจ้าอาวาสวัดหัวเขา กล่าวว่า พระหลวงตาที่ถูกกล่าวหา ชื่อพระปลัดถาวร สุขเจริญ อายุ 66 ปี พรรษารวม 13 พรรษา อุปสมบทที่จังหวัดนครราชสีมา พรรษาแรกจำวัดอยู่ที่วัดบ้านพระ พรรษาที่สองอยู่ที่วัดหัวเขา ทางตนเองเป็นญาติสามเณรเอ ได้รับทราบเรื่องสามเณรเอ ถูกล่วงละเมิดทางเพศจากพ่อเณร ได้เข้ามาที่วัดแล้วถามพระถาวรว่าได้กระทำล่วงละเมิดเณรหรือไม่? ถ้าไม่ยอมรับจะแจ้งความ หลังจากนั้นพระถาวรก็รีบโทรให้น้องชายมารับที่วัดพูดทำนองว่าอยู่ไม่ได้แล้ว ตำรวจจะมา แต่บอกน้องชายว่าจะไปหาหมอ ให้พาไปหาหมอหน่อย ไปตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.65

ด้าน นางนงลักษณ์ แดงรัศมีโสภณ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ สำนักพุทธศาสนา จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากนักข่าวประสานมาทางโทรศัพท์ จากการตรวจสอบตอนนี้ ยังตรวจสอบไม่ได้ เนื่องจากหลวงตาถาวร ผู้ถูกกล่าวหาก่อเหตุไม่อยู่จึงให้ตำรวจดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป

ขณะทางนายธิติ กิตติวิทิตคุณ ปลัดอำเภอเมืองปราจีนบุรี กล่าวว่า ในขณะนี้ทางหลวงตาถาวร เป็นเพียงผู้ถูกกล่าววหา ยังบริสุทธิ์ แต่ได้หลบหนีไป ทางคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองให้โอกาสในการมาแก้ข้อกล่าวหา ภายใน 60 วัน ยืนยันความบริสุทธิ์ ทาง สนง.พระพุทธศาสนา-ฝ่ายปกครองมารับทราบเพียงว่าหลวงตาถูกกล่าวหาว่ากระทำการล่วงละเมิดสามเณร ก่อนออกอุบายให้โทรศัพท์ รวม 2 เครื่อง ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริง

ด้านพระครูจันทวรกิจจาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเนินดินแดง และ เจ้าคณะตำบลบ้านพระฝ่ายปกครองสงฆ์ ต.บ้านพระ กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่แล้ว แต่พระผู้ถูกกล่าวหาไม่อยู่ ถ้าเจอหรือสอบสวนแล้วละเมิดทางเพศ แม้อวัยวะเพศเข้าเพียงเมล็ดถั่ว-งา เข้าทางทวารส่วนใดๆ ก็ตาม ก็ต้องโดนจับสึก หรือปาราชิก และผิดทางอาญาตามกฎหมายด้วย

จากนั้นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่วัดใหม่สามัคคี หมู่ 5 ต.บ้านพระ พบพระลูกวัด และ นายวีรศักดิ์ ธรรมลึก ผช.ผญบ.หมู่ 5 ทาง ผช.ผญบ.-พระลูกวัด (ขอสงวนนาม) กล่าวว่า ที่วัดบ้านใหม่สามัคคี หลวงตา และเณรมาจำพรรษาที่นี่ ก่อนหน้าจำพรรษาที่วัดหัวเขาด้วยกันทั้งคู่ เพราะช่วงทอดกฐินสามัคคีพระที่วัดมีไม่พอรับกฐิรนมาทราบเรื่อง เณรถูกล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากมีโยมพาเณรไปหาหมอที่สถานีอนามัย หรือ รพ.สต.บ้านพระ เนื่องจากอักเสบที่ก้นคิดว่าเป็นสังคัง หมอถามเณรว่าเป็นอะไรแล้วถามว่าสังคังทายาแล้วน่าจะหายได้แล้วนี่ แล้วหมอก็ถามเณรว่าโดนกระทำชำเรามาใช่ไหม เณรก็ตอบว่าใช่ จากนั้นหมอเขาก็คุยกับพ่อสามเณร ไม่รู้คุยเรื่องอะไร

“ส่วนพระถาวร มาอยู่ก่อนมารับกฐิน เณรมาบวชทีหลัง ความแตกเพราะเณรเป็นสังคังที่ก้นตามที่บอก” พระวัดสามัคคีกล่าว และว่า เณรบวชภาคฤดูร้อนหรือหน้าไฟก็ไม่รู้ แต่ทางทีมงานผู้ใหญ่บ้าน-ผู้ช่วย ผญบ.คณะกรรมการวัดจะสืบเชิงลึกหาข้อเท็จจริงต่อไปและพึ่งสื่ออีกทาง

ด้านนายวีรศักดิ์ ธรรมลึก ผช.ผญบ.หมู่ 5 กล่าวว่า หลังจากที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและผู้ใหญ่บ้านได้ทราบข่าวเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศและได้ทำการเข้าไปสอบถามและตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นยังไม่มีเจ้าทุกข์มาร้องเรียนอะไรกับผู้ใหญ่บ้านหรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ พอทราบข่าวทางผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยจึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพบว่าในช่วงต้นปี 2564 ได้มีการนิมนต์พระถาวร มาจำวัดเนื่องจากทางวัดไม่มีพระเพียงพอจึงได้นิมนต์พระมาจำวัด 1 พรรษา ส่วนเณรได้มาบวชที่วัดได้ 2 เดือน

“ซึ่งทางพระและเณรไม่ใช่คนในพื้นที่ทางผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้มีการตรวจสอบข้อมูลไปบ้างแล้วแต่ข้อมูลเชิงลึกเราไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะทางพระและเณรไม่ใช่คนในพื้นที่ซึ่งจะต้องพึ่งสื่อในการตรวจสอบข้อมูลด้วย เพราะว่าปัจจุบันเรายังตามหาพระและเณรไม่เจอ” นายวีรศักดิ์กล่าว

ต่อมาเวลา 15.30 น.ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่มาชุมชนข้างวัดแจ้ง ที่บ้านของสามเณร ได้พบยาย-แม่ และพี่สาว ทราบว่าครอบครัวสามเณรหย่าร้าง มารดามีอาชีพรับจ้าง-เก็บผักบุ้งมากำขาย และขายอาหารปลาในวัด ครอบครัวมีพี่-น้อง รวม 3 คน สามเณรเป็นลูกคนสุดท้อง

ด้วยความเป็นห่วงอนาคตจากสภาพบ้านแตก ต่อมาทางบ้านย่า (แม่ของพ่อ) ได้รับไปบวชเรียนเป็นสามเณรที่วัดหัวเขา โดยกำลังเรียนระดับชั้น ป.5 แม้บวชเป็นเณรยังไม่ปลอดภัยโดนหลวงตาวัย 66 ปี ล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนย้ายมาอยู่ที่วัดใหม่สามัคคี และโดนล่วงละเมิดจนแม่ทราบเรื่อง ได้มีการแจ้งความ สภ.เมืองปราจีนบุรี-ร้องทุกข์ผ่านสื่อท้องถิ่นดังกล่าว

ด้านสามเณรเอกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า โดนกระทำครั้งแรกช่วงก่อนบวชเณรอยู่ที่วัดหัวเขา ตอนนั้นหลวงตาถาวรพาเณรเข้าห้องแล้วกระทำอนาจาร จากนั้นกระทำเรื่อยต่อเนื่องมา โดยบอกว่าห้ามร้อง ห้ามดิ้น ไม่ให้บอกใครๆ แม้แสบ เจ็บปวด รวมถูกล่วงละเมิด 6 รอบแล้ว โดยตนเองบวชเรียนมา 7 เดือนกว่าแล้วบวชเรียน

ขณะพี่สาวสามเณร (สงวนนาม) กล่าวว่า ทางน้องเณรออกจาก รพ.แล้วมาจำพรรษาวัดแจ้ง ต้นเดือน ม.ค.66 ครอบครัวหย่าร้าง ทางย่านำน้องไปบวชเรียนเนื่องจากเป็นห่วงอนาคต

ล่าสุดเวลา 15.30 น. พ.ต.ท.จุมพล ทฤษฎีสุข สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้มาเชิญตัว แม่และสามเณรเอ ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี พร้อมจะเชิญสหวิชาชีพร่วมสอบสวนต่อไป ขณะที่หลวงตายังคงหลบหนีไม่สามารถติดตามได้