ศูนย์สุขภาพอินเตอร์ เสาเข็มไทยเมดิคัลฮับ

24.01.23 | 07:12 น.

ศูนย์สุขภาพอินเตอร์ เสาเข็มไทยเมดิคัลฮับ

ศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน จ.ภูเก็ต เป็นโครงการสำคัญที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาและไฟเขียวผ่านเมื่อเดือนตุลาคม 2565 เพื่อใช้ผลิตด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมทั้งสถานที่ทำการวิจัย พัฒนาวิชาการด้านสาธารณสุขแบบครบวงจรของประเทศไทย

ความเป็นมาของเรื่องนี้ รศ.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดี ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เปิดเผย โครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน เป็นนโยบายของ สภามหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2563 ทางมหาวิทยาลัยร่วมกับภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ได้นำเสนอเข้า ครม.สัญจรได้รับอนุมัติงบประมาณเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 หลังจากนั้นเข้า ครม.สัญจรที่ จ.กระบี่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 และเนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ต้องเข้า ครม.อีกรอบเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 โครงการนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและเป็นโครงการใหญ่มากมีความเกี่ยวข้องกับหลายส่วนจึงของบประมาณจากรัฐบาล

ศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน ได้ผ่านมติ ครม. วงเงินงบประมาณ 5,116 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปี 2566-2570) โดยขอผูกพันงบประมาณ คือ ปีงบประมาณ 2566 วงเงิน 1,291 ล้านบาท ปี 2567 วงเงิน 1,656 ล้านบาท ปี 2568 วงเงิน 1,476 ล้านบาท ปี 2569 วงเงิน 498 ล้านบาท ปี 2570 วงเงิน 193 ล้านบาท

โครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน จะเป็นสถานที่ผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ แพทย์ทางเลือก และอื่นๆ และเป็นสถานที่ทำการวิจัย พัฒนาด้านวิชาการด้านสาธารณสุข เป็นสถานพยาบาลขั้นตติยภูมิและเฉพาะทางเป็นหลัก โดยสามารถรักษาโรคระดับต้นและโรคซับซ้อน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในการเข้ามาท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดอันดามันและประเทศไทย

โดยการพัฒนาทั้งด้านบุคลากร การวิจัยเทคโนโลยีทางการแพทย์จากศูนย์สุขภาพนานาชาติฯ จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) และศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอนาคต สร้างรายได้แก่ประเทศสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

Advertisement

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ คือ มีศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ขนาด 300 เตียง,ให้บริการผู้ป่วยโรคซับซ้อนชาวไทยไม่น้อยกว่า 12,500 คน/ปี, ผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 300,000 คน/ปี, มีรายได้จากการรักษาชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 1,600 ล้านบาท/ปี, มีศูนย์ทันตกรรมที่ทันสมัยแห่งแรกในภาคใต้และมีรายได้จากการให้บริการชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท/ปี

สามารถผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่สำเร็จตามหลักสูตรปีละ 110 คน, อบรมทักษะต่างๆ ตามความต้องการของภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 คน/ปี, ลดการไปรักษาโรคซับซ้อนในพื้นที่อื่นของคนในพื้นที่อันดามันไม่น้อยกว่า 13,500 ครั้ง/ปี ทำให้ประหยัดเงินไม่น้อยกว่า 135 ล้านบาท/ปี และ เพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวในพื้นที่อันดามันให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 62,000 ล้านบาท/ปี

ความคืบหน้าของโครงการ รศ.พันธ์กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสามารถดำเนินการก่อนได้เลย คือ การอบรมผู้ประกอบการให้มีความรู้ ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงภาคบริการภาคการผลิตจากเดิมที่เป็นเรื่องการท่องเที่ยวที่มูลค่าต่ำ หมายความว่า ใช้ทรัพยากรการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ เป็นการปรับการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ใช้เวลาอบรมแก่ผู้ประกอบการเจ้าของโรงแรมจำนวน 111 ราย จำนวน 148 ชั่วโมงระยะเวลา 4 เดือน

ทางมหาวิทยาลัย ตั้งเป้าจะผลิตบุคลากรสองส่วน ส่วนที่หนึ่ง หลักสูตร ผลิตนักศึกษาแพทย์ เป็นหลักสูตรอินเตอร์ รับแล้ว1รุ่น และจะมีรุ่นที่ 2 ส่วนที่สอง นักศึกษาพยาบาล รับแล้ว 3 รุ่นเป็นหลักสูตรอินเตอร์เหมือนกัน ซึ่งกำลังคนเฉพาะที่เป็นหลักสูตรผลิตนักศึกษาแพทย์ที่มีความเข้มข้นสูง ตั้งใจผลิตปีละประมาณ 194 คน/ปี ส่วนสาขาอื่นกำลังจะรับ จะเห็นได้ว่า เราผลิตแพทย์พยาบาลที่มีความสอดคล้องกับความต้องการบริการในพื้นที่ หรือการบริการของทั่วโลกเพราะตั้งใจผลิตคนเหล่านี้ไปทั่วโลก ไม่เฉพาะเมืองไทยเพราะเราคิดว่าประเทศไทยมีดีพอที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ในส่วนเรื่องการผลิตกำลังคนที่เป็นผู้ปฏิบัติงานทำการอบรมแล้ว 5 หลักสูตร จำนวน 582 คน เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ไม่รวมผู้ประกอบการจำนวน 111 คนที่อบรม ซึ่งการอบรมผู้ปฏิบัติงานตั้งใจผลิตไม่น้อยกว่า 1,000 คน/ปี

ตอนนี้มีหลักสูตรการสร้างผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะอีก 25 หลักสูตร เป็นเรื่องทักษะระดับสูงที่จะช่วยภาคการผลิตทั้งสิ้น อาทิ หลักสูตรดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุของคณะพยาบาล เป็นการให้ความรู้ด้านการบริการด้านภาษา ด้านดิจิทัล ด้านสิ่งแวดล้อม พัฒนาคนให้มีทักษะที่หลากหลายสามารถดูแลผู้ป่วยและบริหารจัดการได้ทุกมิติและหลักสูตรผู้จัดการสปา ฯลฯ จะเริ่มดำเนินการได้ประมาณเดือนมีนาคม 2566

โครงสร้างพื้นฐานจะสร้างสิ่งรองรับศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน ดังนี้

1.ศูนย์เทคนิคการแพทย์ เป็นศูนย์ให้บริการการตรวจร่างกายผู้ป่วยคนไทยและนักท่องเที่ยวตรวจดูภาวะสุขภาพ ตรวจถึงระดับพันธุกรรมที่จะดูแลในอนาคตเป็นการป้องกันมากกว่ารักษา

2.โรงพยาบาล (รพ.) แพทย์แผนไทย ที่ตอนนี้เขียนแบบเสร็จแล้วและให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2566 ภายใน 1 ปีข้างหน้า รพ.แพทย์แผนไทยที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยจะเปิดที่ ม.อ.ภูเก็ต การเร่งดำเนินการ รพ.แพทย์แผนไทยเพราะว่าเป็นโรงพยาบาลที่ใช้ภูมิปัญญา ผลิตภัณฑ์ งานวิจัย นวัตกรรมของคนไทย จะเกิดอุปสงค์อุปทานการผลิตของคนไทยครบวงจร โดยเฉพาะใช้คนไทยเป็นบุคลากรปฏิบัติงานจะสร้างมูลค่าให้ได้เป็นอย่างยิ่งและจะยกระดับแพทย์แผนไทยให้เป็นแพทย์แผนโลก ให้เป็นที่ยอมรับ

3.ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล คล้ายกับ รพ. การตั้งศูนย์แห่งนี้เนื่องจากทราบว่านักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งต้องการดูแลสุขภาพฟัน เพราะว่าสุขภาพช่องปากของไทยได้รับการยกย่องจากระดับโลกว่าอยู่ในบริการที่ดี ราคาถูก นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวต้องการรับบริการในเรื่องนี้จึงถือเป็นโอกาสให้บริการ

4.รพ.สงขลานครินทร์ เป็นบริการเฉพาะทางไม่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่มีอยู่เดิมของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มองว่าสิ่งที่เป็นช่องโหว่ใน สธ.จะเอามาทำเนื่องจากใช้งบจากรัฐบาลจึงไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนกับสิ่งที่ สธ.ดำเนินการ พบว่าปีหนึ่งๆ มีผู้ป่วยโรคซ้ำซ้อนจากอันดามันไปรักษาบริการที่ ม.อ.วิทยาเขตหาดใหญ่ ประมาณ 1 หมื่นกว่าครั้ง แสดงว่าเกินกำลังระบบสาธารณสุขในภูเก็ต หรืออันดามัน ในอนาคตเมื่อ รพ.สงขลานครินทร์เสร็จ จะไม่มีการส่งต่อผู้ป่วยจะส่งมาที่เราได้เลย
ทางด้าน นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุข จ.ภูเก็ต กล่าวว่า โครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ด้านคมนาคมรองรับและเมื่อศูนย์แห่งนี้ก่อสร้างเสร็จจะส่งผลดีต่อ จ.ภูเก็ต ได้รับการโปรโมตให้เป็นศูนย์เมดิคัลฮับ การบริการทางการแพทย์ เวลเนส ดูแลสุขภาพ ต่อยอดทางสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี เกิดประโยชน์หลายด้านโดยเฉพาะส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้กับ จ.ภูเก็ตและประเทศไทย

ด้าน นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต/ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กล่าวว่า โครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน ส่งผลดีต่อจังหวัดภูเก็ตหลายประการ ดังนี้ ประการที่หนึ่ง อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโลกของประเทศของภูเก็ตให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือเวลเนสมากขึ้น ประการที่สอง ถือเป็นโชคดีของคนภูเก็ตและคนในภูมิภาคนี้ที่จะได้มีศูนย์สุขภาพไว้ดูแลคนในท้องถิ่น และประการที่สาม ศูนย์สุขภาพอันดามันของ ม.อ.ภูเก็ต จะมีโรงเรียนแพทย์เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าเราเป็นศูนย์กลางของการดูแลด้านการแพทย์

ดังนั้น หากศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน จ.ภูเก็ตสร้างเสร็จจะถือเป็นศูนย์แพทย์ครบวงจรในภูมิภาคเลยก็ว่าได้