ญาติสาวลอยน้ำ 10 ชั่วโมงไม่ตาย เชื่อท้าวเวสสุวรรณช่วยไว้ เจ้าอาวาสวัดทุ่งเศรษฐีให้สติ ขอให้ยึดหลักธรรม พร้อมเผยที่มาอายุเกือบ 100 ปี
เจ้าอาวาสวัดทุ่งเศรษฐีเผยท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพที่เมตตาช่วยลูกหลาน แต่ขอให้ยึดหลักธรรมะในพระพุทธศาสนา ต้องปฏิบัติตั้งมั่นในศีลในธรรม ให้ทานรักษาศีล เจริญจิตตภาวนา
จากกรณีที่ นางปิ่นทอง อายุ 45 ปี ชาว ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กระโดดน้ำเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ลอยน้ำอยู่ 10 ชั่วโมง ลอยมาติดท่าน้ำร้านอาหารบ้านเกาะ เลขที่ 236/1 ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ห่างจากจุดกระโดดน้ำ 2 กิโลเมตร ต่อมา นายวิชัย เทียมเจริญ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านอาหารบ้านเกาะ ได้จุดธูปอัญเชิญเศียรท้าวเวสสุวรรณวัดทุ่งเศรษฐี มาทำพิธีครอบศีรษะแล้วท่องบทบูชาท้าวเวสสุวรรณ กระทั่งนางปิ่นทองมีอาการตัวสั่น หัวเราะเสียงเข้มดังลั่น และพูดออกมาคล้ายเสียงยักษ์ สรุปใจความว่า “กูเห็นเล้ว กูมาช่วย บ้านมึงมีของเยอะ แต่ไม่กราบไหว้และดูแลเขา เขาจึงมาเข้าตัวเอ็ง ข้ามาช่วยเอ็งแล้ว จากนี้ไปเอ็งจะมีแต่โชคลาภ” เป็นต้น ก่อนจะอาเจียนและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าอาการปลอดภัยนั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านนางปิ่นทอง ภายในซอยอเนกพัฒนา ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม ไม่พบนางปิ่นทองเนื่องจากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสมุทรสงครามจากอาการอ่อนเพลีย เจอเพียงนายเทียนชัย หลีกรัตน์ และ น.ส.สุนิศา หลีกรัตน์ ทั้งสองเป็นหลานนางปิ่นทอง
นายเทียนชัยเล่าว่า นางปิ่นทองซึ่งเป็นน้าบอกว่า เมื่อวานน้าเอาชุดขาวของตัวเองไปใส่ แล้วบอกแม่ตนว่าอย่าเอาหลานออกไปข้างนอก เพราะมีคนมาตามตัว แล้วยังบอกแม่ว่าตามตัวผมกลับมาหาเขาด่วนเลย ซึ่งตนเลิกงานประมาณ 5 ทุ่มกว่า และเมื่อกลับมาบ้านและอาบน้ำแม่เล่าให้ฟังว่าเขาต้องการเจอตัว ตนก็ออกไปตามหาเขาที่อัมพวากับตลาดทางรถไฟก็ไม่เจอ จึงไปลงบันทึกประจำวันว่าน้าหาย ตำรวจก็ออกตามหากันจนถึงตี 5 กว่า จึงกลับบ้านมาพักผ่อน กระทั่งมาเจอน้าของตนดังกล่าว

ก่อนเกิดเรื่องประมาณ 2 เดือนเขาไปโดนของที่ไหนไม่รู้ เขานอนอยู่บ้านพักบ้านเอื้ออาทร ผมไปดูเห็นท่าไม่ค่อยดี ก็ใส่ชุดขาวกางเกงขาวเอาพระไปให้เขา เป็นพระวัดจุฬาจำปี 45 ให้เขาห้อย เขาบอกว่าเขาไม่เอา เขาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงท่องคาถาของท้าวเวสสุวรรณแล้วก็ใส่ให้เขา เขาก็กรี๊ดแล้วแลบลิ้นใส่ แล้วบอกว่ามึงก็ไม่ต้องมายุ่งกับกูเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับมึง มันเป็นคนทำกูก่อน ตนก็ถามว่าเขาทำอะไร เขาบอกว่ามันมาเล่นของใส่กู ตนบอกว่านี่เพี้ยนกันไปใหญ่แล้วมั้ง จะไปไหนก็ไป อย่ามาอยู่อะไรกับคนคนนี้ เขาไม่รู้เรื่อง และไม่กินข้าวมาเกือบเดือนแล้ว
แล้วเขาก็บอกว่า กูไม่เอา กูไม่ยุ่งกับพวกมึง แล้วเขาก็กระชากพระผมหลุดจากคอแล้วผมก็เอาหลวงปู่ทวดวัดช่องลมไปให้เขาอีก เขาก็กระชากแล้วก็เอาเบี้ยแก้ของอาจารย์เจี๊ยบ วัดประชาโฆษิตารามให้เขาก็นิ่งไปแป๊บนึง แล้วตนก็เอาข้าวไปให้กิน พอกินเสร็จก็กลับบ้าน ลูกสาวเขาโทรมาบอกว่าเขากระชากเบี้ยแก้ออกอีกแล้ว และเป็นหนักประมาณเดือนกว่า แล้วหายไปพักหนึ่งแล้วกลับมาอยู่บ้านหลังนี้ อยู่บ้านหลังนี้ก็หาย 4-5 เดือนแล้วก็มาเกิดเรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามว่ารับของเขามาแล้วไม่กราบไหว้บูชาจึงเกิดเรื่องใช่หรือไม่ นายเทียนชัยบอกว่า ตนบูชาทุกวันพระ วันธรรมดาก็ต้องทำงาน ตนไม่ได้รับองค์ทรงเทพ ตนแค่นับถือเฉยๆ ตนไปครอบครูรับ “ปู่เดินดง” มาจากพระนครศรีอยุธยา ตนไม่เคยบอกใครที่บ้านว่าไปบูชาที่ปทุมธานีเพียงแค่เศียรเดียวที่เหลือเขาซื้อมาให้ เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่จากตนแน่นอนเพราะเขามีอยู่แล้ว
น.ส.สุนิศากล่าวว่า น้าเริ่มมีอาการอย่างนี้มาได้สักพักแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็น แล้วหายไปแล้ว เพิ่งมาเป็นได้ประมาณ 2 อาทิตย์ อาการเขาอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็จะร่าเริง พออยู่คนเดียวก็จะหงอย ซึม นั่งเหม่อ ถามก็พูดบ้างไม่พูดบ้างประมาณนี้ ที่เป็นหนักก็เมื่อวานที่หายตัวไปประมาณ 3-4 โมงเย็น ไม่กลับบ้าน พวกตนออกตามหาไม่เจอ กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นมูลนิธิพบคนลอยน้ำ เป็นผู้หญิง ใส่เสื้อไหมพรมสีแดง จึงออกไปดูก็พบ น้าไม่มีอาชีพอะไร เลี้ยงหลานอยู่บ้าน
นางมัณฑนา หลีกรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.ลาดใหญ่ ซึ่งบ้านอยู่ติดกัน เล่าว่า นางปิ่นทองเป็นคนดี มีน้ำใจ มาอยู่ได้หลายปีแล้ว ดูแลลูกหลานทุกคนในบ้าน ปกติถ้าพูดเรื่องเร้นลับนางปิ่นทองจะบอกให้หยุดพูด เดี๋ยวคุมจิตใจไม่ได้ ซึ่งตนไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่ไม่ให้พูดตนก็ไม่พูดเรื่องสิ่งเร้นลับมาตลอด ที่ผ่านมาก็ดูเหมือนคนปกติ แต่บางครั้งก็เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เรื่องที่เกิดขึ้นงงมาก เหลือเชื่อ ลอยมาได้ยังไงตั้ง 10 ชั่วโมง มาไกลประมาณ 2 กิโลเมตร จึงถือเป็นเรื่องอัศจรรย์ ประกอบกับมาเจอเรื่องราวเกี่ยวกับท้าวเวสสุวรรณอีก จึงเป็นเรื่องที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
พระครูสังฆรักษ์วิทยา ญาณธมโม เป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งเศรษฐี กล่าวว่า ที่วัดมีท้าวเวสสุวรรณอายุเกือบ 100 ปี มาจากเมียนมา ประดิษฐานอยู่ในศาลาอเนกประสงค์ ให้ญาติโยมได้กราบไหว้ขอพร ต่อมาเมื่อปี 2562 โยมวิชัยได้นำเศียรท้าวเวสสุวรรณมาให้อาตมาอธิษฐานจิตเพื่อกลับไปบูชาเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว อาตมาจึงนำไปตั้งจิตอธิษฐานจิตใบโบสถ์ 7 วัน 7 คืน
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น คิดว่าท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพเทวา ท่านเป็นเทพที่มีเมตตาคุณธรรมต้องการช่วยเหลือลูกหลานให้แคล้วคลาดปลอดภัย ท่านลงมาสร้างบารมีช่วยเหลือญาติโยมที่ได้รับทุกข์เวทนาต่างๆ ให้พ้นเคราะห์ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับญาติโยมที่ยึดหลักธรรมะในพระพุทธศาสนา ต้องปฏิบัติตั้งมั่นในศีลในธรรม ให้ทานรักษาศีล เจริญจิตตภาวนา เมื่อท่านทำแล้วจะมีความสุขกับตนเองและครอบครัว

