ระส่ำหนักเพื่อไทย แกนนำเสียงแตก แคนดิเดตผู้สมัครเต็งหนึ่งไม่มีชื่อ
เมื่อวันที่ 24 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ จ.นครพนม บรรยากาศความเคลื่อนไหวทางการเมือง เริ่มระอุขึ้น หลังมีสัญญาณใกล้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะครบวาระเดือนมีนาคม 2566 หากไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองยุบสภาเลือกตั้งก่อน ทำให้พรรคการเมืองใหญ่มีฐานคะแนนนิยมการเมืองในพื้นที่ 3 พรรคใหญ่ มี พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ เริ่มเคลื่อนไหวเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง แต่พรรคที่จับตามองเป็นพิเศษ คือ พรรคเพื่อไทย ถือเป็นพรรคที่มีฐานคะแนนนิยมสูง และมีผู้สมัคร ส.ส.แชมป์เก่า ที่เป็นขวัญใจชาวบ้านในพื้นที่มาตลอด
แต่ในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยต้องเสียที่นั่งในเขตเลือกตั้งที่ 1 หลัง นายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ อดีต ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคเพื่อไทย พ่ายการเลือกตั้งให้กับ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว สหายแสง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เขต 1 นครพนม ทำให้พรรคเพื่อไทยสามารถรักษาฐานคะแนนเสียงไว้ได้เพียง 3 ที่นั่ง ในเขตเลือกตั้งที่ 2 คือ ดร.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย แชมป์เก่า
ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 ดร.ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 พรรคเพื่อไทย ที่รักษาแชมป์มายาวนาน ถึง 12 สมัย ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4 พรรคเพื่อไทย ที่ย้ายมาจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงสมัครเลือกตั้งแบบเขต แทนนายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส. เพื่อไทย เขต 4 นครพนม ขวัญใจเขตเลือกตั้งที่ 4 เจอพลังดูด หันไปซบพรรคพลังประชารัฐ แต่พ่ายการเลือกตั้ง เนื่องจากกระแสพรรคเพื่อไทยยังมาแรง
แต่การเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึง ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยยังระส่ำหนัก หลังจากนายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้ง และสร้างฐานการเมืองท้องถิ่น 12 อำเภอ ส่งลูกสาว น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.นครพนม ล้มแชมป์เก่า คือ ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ที่ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย มีความมั่นใจ
ที่จะขยายฐานบารมีทางการเมือง ทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง 12 อำเภอ ประกาศตัว ย้ายเขตเลือกตั้งจากเขตเดิม เขต 1 อ.ศรีสงคราม อ.บ้านแพง อ.นาทม ไปสู้ศึกกับแชมป์เก่า คือ ดร.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 อ.เมืองนครพนม อ.ท่าอุเทน และ อ.โพนสวรรค์ พรรคเพื่อไทย แชมป์ตลอดกาล หวังล้มแชมป์ ดับฝันแลนด์สไลด์ ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 1 วางตัว ภรรยา นางพูนสุข โพธิ์สุ เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย แทน
นอกจากนี้ ในเขตเลือกตั้งที่ 3 นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ยังวางตัว นพ.อลงกต มณีกาศ อดีต ส.ส. และเคยสมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หันมาซบภูมิใจไทย ลงสมัคร ส.ส.เขต เลือกตั้งที่ 3 อ.ธาตุพนม อ.เรรูนคร และ อ.เมืองนครพนมบางส่วน ชนกับ ดร.ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 พรรคเพื่อไทย เขต 3 แชมป์ตลอดกาล หวังเอากระแสอยากเปลี่ยน และความใกล้ชิด ขยันลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน มาตลอดสร้างฐานคะแนนล้มแชมป์ จนกระทั่ง นพ.อลงกต มณีกาศ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 พรรคภูมิใจไทย มีการประกาศเอาตำแหน่งทางการเมืองเดิมพัน หากแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้จะวางมือทางการเมือง เพราะผิดหวังมาหลายสมัย
ที่สำคัญ เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.นาแก อ.วังยาง อ.ปลาปาก ถือเป็นฐานที่มั่นของคนเสื้อแดง ครอบครัวเพื่อไทย และมีฐานคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งมาตลอด ถึงแม้การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา เจอพลังดูด นายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.เขต 4 นครพนม พรรคเพื่อไทย แชมป์เก่า ย้ายไปสมัคร ส.ส.เขต 4 ในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่พ่ายการเลือกตั้ง ถึงแม้จะมีกระแสความนิยมส่วนตัวสูงกับประชาชน แต่แพ้กระแสความนิยมพรรคเพื่อไทย ทำให้นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หันมาลงสมัคร ส.ส.เขต 4 นครพนม แทน ถือเป็นผู้สมัคร หน้าใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 4 แต่ยังชนะการเลือกตั้งได้เกินความคาดหมาย ล่าสุด เพื่อไทยยังระส่ำอีก หลังจากนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4 พรรคเพื่อไทย ลาออกไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องวางตัวผู้สมัครคนใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 4 อีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
จนกลายเป็นกระแสดราม่า หลังจากทางพรรคเพื่อไทยเปิดเผยชื่อ ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 4 คือ นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม อาชีพทนายความ และเป็นน้องชาย ของ นายอรรถสิทธิ์ (คันคาย) ทรัพย์สิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่เคยถูกตัดสิทธิทางการเมืองในคดียุบพรรค ทำให้ครั้งนี้เชื่อว่ามีการสายตรงกับแดนไกลเสน นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม เป็นม้ามืด มีชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 นครพนม พรรคเพื่อไทย
ทั้งที่ก่อนนี้ เคยมีแคนดิเดตผู้สมัครตัวเต็ง คือ นายชาญ ชัยคำจำปา นายกเทศบาลบตำบลพระซอง อ.นาแก จ.นครพนม ที่ทำงานการเมืองลงพื้นที่สร้างครอบครัวเพื่อไทยมานานเกือบ 2 ปี จนมีสมาชิกครอบครัวเพื่อไทยมากอันดับต้นๆ ของอีสาน นอกจากนี้ยังมี ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีต นายก อบจ.นครพนม ที่เคยลงในนามสังกัดพรรคเพื่อไทย และมีฐานคะแนนนิยมมากพอสมควรในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 4 เพราะมีการทำงานการเมืองมายาวนานกว่า 30 ปี เป็นแชมป์นายก อบจ.นครพนม หลายสมัย
จากปัญหาดังกล่าวของพรรคเพื่อไทย ทำให้ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 4 เสียงแตก ทั้งฐานคะแนนส่วนหนึ่งเชื่อว่าจะไปสนับสนุนนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4 อดีต พรรคเพื่อไทย ที่ย้ายไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย
นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนที่หันไปสนับสนุน นายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากเป็นนักการเมืองคนสำคัญที่เคยมีคะแนนนิยมส่วนตัวสูงในพื้นที่ และมีฐานคะแนนนิยมมายาวนาน ที่สำคัญยังมีปัญหาเสียงแตกจากแกนนำครอบครัวเพื่อไทยบางส่วน ที่ไม่ยอมรับนายนพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 พรรคเพื่อไทย หน้าใหม่ เพราะแกนนำครอบครัวเพื่อไทยในพื้นที่ เขต 4 ยืนยันว่าทางผู้บริหารพรรคเพื่อไทย ไม่ผ่านกระบวนการสรรหาตามขั้นตอน และไม่ลงพื้นที่สอบถามความต้องการชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านขาดความศรัทธา

จนมีการประกาศจุดยืนที่จะสร้างพลังโหวตไม่เลือกคน แต่เลือกพรรค เพราะเป็นการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ เพื่อแสดงพลังประกาศจุดยืน ถือเป็นปัญหาต่อกระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทย ที่เจอศึกรอบด้าน ในเขตเลือกตั้งที่ 4 ทั้งพลังดูด เลือดไหลไม่หยุด การวางตัวผู้สมัครหน้าใหม่ทุกสมัย ยิ่งหาก ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีต นายก อบจ.นครพนม เจอพลังดูดไปพรรคอื่น ที่กำลังเป็นข่าวลือ ยิ่งจะส่งผลกระทบ มีโอกาสดับฝันแลนด์สไลด์สูง เพราะภูมิใจไทยมีพร้อม ทั้งตัวผู้สมัครที่เป็นอดีต ส.ส.นครพนม ทั้ง 3 เขต รวมถึงภรรยาของครูแก้ว ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ถือว่าเป็นฐานที่มั่นเก่าของภูมิใจไทย ที่มีโอกาสชนะสูง และอาจทำให้พรรคเพื่อไทยเสียเก้าอี้เพิ่มในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
นายชาญชัย คำจำปา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพระซอง อ.นาแก จ.นครพนม หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เขต 4 นครพนม และแคนดิเดตคนสำคัญของผู้สมัคร ถึงแม้พรรคจะมีการประกาศตัวผู้สมัคร เขตเลือกตั้งที่ 4 เป็นม้ามืด แต่ยังลงพื้นที่ พบปะชาวบ้าน ให้กำลังใจชาวบ้าน ในพื้นที่ อ.นาแก อ.วังยาง และ อ.ปลาปาก ต่อเนื่อง เพื่อปรับความเข้าใจ ไม่ให้กระทบความศรัทธาระหว่างประชาชนกับพรรคเพื่อไทย โดยยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นรัฐบาล

และยังมีความพร้อมหากพรรคเพื่อไทยจะให้โอกาสในการลงสมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 4 เพราะมีความมั่นใจในฐานความนิยมของพรรค รวมถึงความเชื่อมั่นต่อชาวบ้านที่ลงพื้นที่ ช่วยเหลือสังคมดูแลครอบครัวเพื่อไทยมานานเกือบ 2 ปี ส่วนปัญหาเสียงแตก ชาวบ้านบางคนจะไปเลือกเฉพาะพรรค และหันไปเลือก ส.ส.พรรคอื่น เพราะเป็นการเลือกตั้งแบบกาบัตร 2 ใบ ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิของชาวบ้าน แต่พร้อมยืนหยัดต่อสู้กับพรรคเพื่อไทย และไม่ขอขัดแย้งกับใคร ถึงแม้ตนจะไม่มีชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 4 นครพนม

