คณบดีแพทยศาสตร์เผย เคสน้องวีน ตรวจสอบแล้วจนจริง ไม่ได้จนทิพย์ ส่งทีมอาจารย์ตามไปดูถึงบ้าน ไม่ปิดกั้นโอกาสเข้าศึกษาต่อ ยันได้มาด้วยความรู้ ความสามารถ มั่นใจน้องวีนไม่ละทิ้งความตั้งใจเดิม แม้เจอกระแสดราม่า
เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ห้องประชุมคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จัดพิธีทำบันทึกข้อตกลงโครงการพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับแลกเปลี่ยนและประยุกต์ใช้ข้อมูลทางด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับบริการทางสาธารณสุข สำหรับสถานพยาบาลขนาดต่างๆ ใน จ.สงขลา หรือ Hospital Information Exchange : HIE ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา การจัดทำระบบในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนทุนการดำเนินงานจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
โดยมี นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุข จ.สงขลา นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และ รศ.ดร.วศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
ในช่วงหนึ่ง รศ.นพ.เรืองศักดิ์ชี้แจงกรณี นายกันตภณ หรือ น้องวีน อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนใน จ.พัทลุง ที่สอบผ่านการทดสอบรอบพิเศษเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ แต่ปรากฏเป็นกระแสดราม่าในสังคมเกี่ยวกับการเปิดรับบริจาคหาทุนเรียน หลายคนมองว่าจนทิพย์หรือไม่ ตลอดจนคณะอาจไม่รับเข้าศึกษาต่อนั้น

รศ.นพ.เรืองศักดิ์เปิดเผยว่า ต้องแยกเป็นประเด็นๆ ไป น้องวีนสอบได้จริง ซึ่งมาจากความรู้ ความสามารถ ของน้อง และผ่านการทดสอบตามขั้นตอน ไม่ได้ลัดขั้นตอนใดๆ ทั้งสิ้น ถือเป็นผู้มีความสามารถที่จะเข้ามาเป็นนักเรียนแพทย์ได้
รศ.นพ.เรืองศักดิ์กล่าวว่า ส่วนเรื่อง “จนจริง” หรือไม่นั้น ต้องบอกว่าจนจริง ผมไม่ได้แค่อ่าน หรือฟังคำบอกเล่าของใครมา แต่คณะแพทยศาสตร์ได้ส่งทีมอาจารย์ลงพื้นที่ไปพบกับเด็กและครอบครัว สอบถามจากญาติ คนใกล้ชิด และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งมีหลักฐานยืนยันได้ว่าครอบครัวของน้องวีนจนจริงๆ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หากต้องมาเรียนแพทย์คงจะไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอ
รศ.นพ.เรืองศักดิ์กล่าวอีกว่า เรื่องการเปิดรับบริจาคนั้น ไม่น่าจะเป็นประเด็นที่จะไม่รับเข้าศึกษาต่อแต่อย่างใด ซึ่งน้องวีนและครอบครัวเมื่อรู้ว่าสอบได้ก็ดีใจมาก และเชื่อว่าเมื่อรู้ว่าสอบติดและต้องเรียนแพทย์จึงอาจจะมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย อาจจะไม่มีเงินไปเรียน จึงพยายามขวนขวายหาหนทาง สิ่งที่ทำก็ไม่ได้เป็นการโกหกหลอกลวง และสิ่งที่น้องวีนกับครอบครัวพูดก็เป็นความจริง

“เรื่องเงินทุนการศึกษานั้น คณะแพทยศาสตร์ ม.อ.มีบุคลากรและองค์กรภายนอกที่คอยสนับสนุนทุการศึกษาให้กับนักศึกษาแพทย์ตั้งแต่ปี 1-6 อีกทั้งยังมีทุนการศึกษาจากมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์อีกส่วนหนึ่งมอบที่จะมอบให้นักศึกษาเรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้วย ซึ่งกรณีของน้องวีน หรือนักศึกษาคนอื่นๆ ที่มีปัญหาเรื่องค่าเล่าเรียนนั้น ทางคณะมีกระบวนการเข้าไปช่วยเหลืออยู่แล้ว
“จากการส่งทีมอาจารย์เข้าพบน้องวีนและครอบครัวที่บ้านพักนั้น คาดว่าน้องวีนน่าจะมาเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทย์ ซึ่งน้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเรียนมาตั้งแต่ต้น คาดว่าน้องวีนคงจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจ” คณบดีคณะแพทยศาสตร์ระบุ
ด้าน ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ รักษาการอธิการบดี ม.อ. เปิดเผยว่า กรณีของน้องวีนจะต้องยืนยันสิทธิเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 7-8 ก.พ. และจะมีการพิจารณาพร้อมกับประกาศผลผู้ที่ได้รับการคัดเลือดเข้าศึกษาต่อในวันที่ 11 ก.พ.

