ชาวเมียนมาหนีภัยความไม่สงบข้ามฝั่งมาไทย จนท.ตรึงกำลังตามแนวชายแดนเข้ม
ความคืบหน้ากรณีเหตุปะทะระหว่างชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงกับทหารเมียนมา ในพื้นที่ อ.พญาตองซู ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ห่างจากชายแดนประมาณ 700 เมตร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา และต่อเนื่องเรื่อยมาเป็นระยะๆ จนเป็นเหตุให้มีผู้หนีจากความไม่สงบชาวเมียนมาอพยพข้ามแดนเข้ามายังฝั่งไทยเพื่อขอพักพิงเป็นการชั่วคราว นั้น
ล่าสุด วันนี้ 27 มกราคม 2565 เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ตชด.134 ตำรวจ สภ.สังขละบุรี อส. และฝ่ายปกครอง อ.สังขละบุรี ได้เข้าควบคุมสถานการณ์และลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด และวางกำลังในจุดล่อแหลมเพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยตลอด 24 ชั่วโมง
โดย ร้อยโททศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่ปลอดภัยที่ อ.สังขละบุรี ซึ่งจัดให้เป็นที่พักชั่วคราวทั้ง 3 จุด
โดยที่วัดเตาถ่าน มีผู้หนีภัยจากความไม่สงบชาวเมียนมา จำนวนประมาณ 250 คน เป็นหญิง ประมาณ 100 คน และชาย ประมาณ 30 คน เด็กหญิงกว่า 70 คน และเด็กชายกว่า 50 คน โดยมีเจ้าหน้าที่กิ่งกาชาด อ.สังขละบุรี โรงพยาบาลสังขละบุรี ช่วยเหลือดูแลคัดกรองสุขภาพ มีการตั้งโรงครัวภายในวัดเพื่อประกอบอาหาร ซึ่งได้รับการบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม จากทั้งภาครัฐและเอกชน
ส่วนพื้นที่ปลอดภัย ที่วัดเจดีย์สามองค์ มีผู้หนีภัยจากความไม่สงบชาวเมียนมา จำนวนกว่า 70 คน และยังมีผู้หนีภัยจากความไม่สงบชาวกะเหรี่ยงทยอยเข้ามายังพื้นที่ปลอดภัย ที่วัดถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล บริเวณ 6,000 ไร่ ซึ่งยังไม่ทราบจำนวน อย่างไรก็ตาม แผนรองรับสถานการณ์ได้แบ่งผู้หนีภัยจากความไม่สงบชาวเมียนมา ชาวกะเหรี่ยง และชาวมอญ ไปยังวัดถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล วัดเตาถ่าน และวัดเจดีย์สามองค์ ตามลำดับ ภายใต้การดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ตำรวจ และฝ่ายปกครอง อ.สังขละบุรี
ขณะที่บรรยากาศที่บริเวณชายแดนไทยด้านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ประชาชนยังใช้ชีวิตปกติ ร้านค้ายังจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก เพราะมั่นใจในการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย และยังคงมีนักท่องเที่ยวมาเลือกซื้อสินค้าตามปกติเช่นกัน


