ชาวบ้านประท้วงบริษัทเรือ หลังผ่านมาเกือบครึ่งเดือนยังไม่ได้รับเยียวยาจากเหตุเรือระเบิดจนบ้านพัง
จากกรณีเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลขนาดใหญ่ ความจุ 3 ล้านลิตร ชื่อ “สมูธซี 22” ที่จอดซ่อมบำรุง ได้เกิดระเบิดเสียงดังไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร ก่อนจะเกิดไฟลุกไหม้เป็นเหตุให้คนงานได้รับบาดเจ็บ 4 คน และมีผู้เสียชีวิต 8 คน แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงในรัศมี 4-5 กิโลเมตร โดนแรงอัดได้รับความเสียหาย เช่น กระจกประตูหน้าต่างแตก ฝ้าเพดานตกแตก พื้นและผนังฝาบ้านที่เป็นปูนแตกร้าวนับร้อยหลังคาเรือน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 09.15 น. วันที่ 17 มกราคม 2566 นั้น
ล่าสุด เมื่อเช้าวันที่ 31 มกราคม ชาวบ้านในพื้นที่กว่า 100 คน นำโดย นายสำราญ นุตรักษ์ อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 154/6 หมู่ 8 ต.แหลมใหญ่ และนายสถาพร สกุลแก้ว 65 ปี เลขที่ 60/1 หมู่ 8 ต.แหลมใหญ่ ได้เดินขบวนประท้วงไปที่หน้าบริษัท รวมมิตร ด็อคยาร์ค หมู่ 8 ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นสถานที่ที่เรือบรรทุกน้ำมันระเบิด เพื่อเรียกร้องให้มีการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะจนถึงขณะนี้ผ่านมาแล้วเกือบครึ่งเดือนชาวบ้านก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา
โดยนายสำราญ และนายสถาพร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 17 มกราคม ได้มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสำรวจความเสียหายและบอกให้ชาวบ้านรอการซ่อมแซม อย่าซ่อมเองเพราะจะทำให้ไม่ได้รับเงินที่ซ่อมแซมคืน ส่วนเจ้าของเรือรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงิน “ค่าตกใจ” ให้บ้านที่ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 5,000 บาท แต่การจ่ายเงินยังไม่ครบถ้วน โดยยังเหลือกว่าครึ่งที่ยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว เช่น บ้านของตน นอกจากยังไม่ได้รับเงินค่าตกใจแล้ว กระจกประตู หน้าต่าง รวมทั้งฝ้าเพดานตกแตก ได้รับความเสียหาย แทนที่บริษัทหรือตัวแทนจะมาบอกว่าจะซ่อมแซมบ้านให้เมื่อไหร่ แต่กลับเงียบเฉย ไม่มีความชัดเจน ซึ่งตนมองว่าไม่เป็นธรรม เพราะบ้านของพวกตนอยู่ดีๆ แล้วบริษัทเรือมาทำให้เสียหาย ตนจะออกไปทำมาหากินก็เป็นห่วงบ้านเพราะประตูหน้าต่างปิดไม่ได้ เรื่องนี้หากผู้รับผิดชอบบริษัทเรือไม่ออกมาเจรจาเพื่อความชัดเจน ตนและชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุดังกล่าวจะบุกไปยังศาลากลางจังหวัดร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมต่อไป ซึ่งพวกตนยืนยันว่าเจ้าของเรือจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเต็มจำนวนเท่านั้นเรื่องนี้จึงจะจบ
นางบุญเรือน ลิ้นชนะชัย อายุ 56 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 28 หมู่ 8 ต.แหลมใหญ่ กล่าวว่า เพิ่งปลูกเสร็จเข้ามาอยู่ไม่ถึง 3 เดือน จู่ๆ เรือบรรทุกน้ำมันระเบิด ทำให้บ้านกระจกแตกทั้งบ้าน ประตูหลุด โคมไฟแตก รอมานานแล้วก็ยังไม่มีใครมาซ่อมแซมให้ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตลำบาก จะไปไหนทิ้งบ้านไม่ได้เพราะไม่มีประตู กลัวขโมยเข้าบ้าน จะซ่อมเองก็ไม่มีความชัดเจน กลัวเดี๋ยวเบิกไม่ได้ต้องให้ช่างของเขามาทำเอง ตนสงสัยทำไมไม่ให้เจ้าของบ้านซ่อมเองแล้วนำใบเสร็จไปเบิกตามจริง หรือไม่เกิน 2 วันก็ควรซ่อมให้เสร็จ จะให้รอนานแค่ไหน หรือต้องให้ชาวบ้านเสียเงินซ่อมแซมกันเอง
ต่อมา เวลา 10.40 น. นายรังสรรค์ วงศ์โพธิ์สาร ผู้ดูแลท่าเรือน้ำมันที่ระเบิด ได้เดินทางมาเจรจาชี้แจงกับชาวบ้านเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา โดยนายรังสรรค์กล่าวว่า บริษัทยินดีรับผิดชอบ แต่มีเรื่องเกี่ยวกับทางจังหวัด ทั้งเรื่องโยธาและเอกสาร เมื่อได้รับเอกสารตรงนั้นแล้วจะรีบมาชี้แจงให้ชัดเจนต่อไป ตอนนี้เท่าที่รับฟังปัญหาชาวบ้านคือราคาประเมินบ้านที่ได้รับความเสียหายต่ำเกินไปจนชาวบ้านรับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องส่วนต่างนั้นจะประชุมหารือกับตัวแทนชาวบ้านอีกครั้งว่าบ้านหลังไหนประเมินเท่าไหร่ ค่าซ่อมเท่าไหร่ ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับการประเมินของทางจังหวัด ตนรับนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารบริษัทโดยตรง ชัดเจนว่าการประเมินของจังหวัดที่ว่าประเมินต่ำเป็นส่วนที่ทางการประเมิน แต่ส่วนต่างที่เจ้าของบ้านประเมินว่าเสียหายเท่าไหร่ยังไงตนก็ไม่ทราบ เพราะไม่มีการรวบรวมข้อมูลมา ดังนั้น จึงอยากให้มีการรวบรวมข้อมูลมาเพื่อมาพูดคุยกันต่อไป
นายรังสรรค์กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าสาเหตุที่การเยียวยาล่าช้านั้น เพราะต้องรอเอกสารต่างๆ อยู่ ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการหารือกับทางจังหวัด โดยจะยึดหลักตัวเลขของจังหวัดที่รวบรวมบ้านเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนก่อน ส่วนที่ตกหล่นจะเข้าไปคุยรายครัวเรือนต่อไป ไม่งั้นคงก็ไม่จบ ยืนยันบริษัทพร้อมจะช่วยเหลือเยียวยา ไม่ได้ปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด
ชาวบ้านถามว่าที่มาวันนี้เพราะต้องการคำตอบที่ชัดเจนว่าวันไหนที่บริษัทจะชัดเจนเรื่องซ่อมแซมบ้าน นายรังสรรค์บอกว่า บริษัทตนพร้อมที่จะจ่าย แต่ชาวบ้านต้องประเมินราคาความเสียหายของบ้านตนเองมาให้ชัดเจนก่อน ไม่งั้นบริษัทก็จะไม่รู้ ตนเป็นคนจ่ายเงินจะให้ไปประเมิน หรือใครไปประเมินก็จะประเมินต่ำไว้ก่อน ชาวบ้านก็ไม่พอใจอีก ส่วนกรณีที่รายชื่อตกหล่น บริษัทไม่ได้เป็นคนรวบรวมรายชื่อ ดังนั้น เพื่อความรวดเร็ววันนี้บริษัทจะไปตั้งโต๊ะที่ อบต.แหลมใหญ่ รวบรวมข้อมูลความเสียหายบ้านเรือนของชาวบ้านใหม่ทั้งหมด
ซึ่งชาวบ้านพอใจพากันเดินทางไปที่ อบต.แหลมใหญ่ โดยมี นายอมรศักดิ์ ฉัตรระทิน นายก อบต.แหลมใหญ่ คอยอำนวยความสะดวก ทำให้บรรยากาศคลี่คลาย และชาวบ้านต่างพอใจทยอยกันมาลงชื่อแจ้งความเสียหายกันนับร้อยคน

