“ทนายอนันต์ชัย” ซัดหนัก ปมลุงพลเดินแสวงบุญ ชี้เป็นความขัดแย้งส่วนตัวอย่าดึงวัดธาตุพนมไปเกี่ยว
ทนายอนันต์ชัย กระดูกเหล็ก ซัดหนัก ปมทนายสมเกียรติ จี้ตรวจสอบ ลุงพลเดินแสวงบุญ เป็นความขัดแย้งส่วนตัว ระหว่าง ทนายสมเกียรติ กับลุงพล แนะอย่านำวัดพระธาตุพนมเข้าไปเกี่ยวข้อง หากทำบุญด้วยใจไม่ขัดศรัทธา อย่าหวังสร้างคอนเทนต์ เตือนทั้งสอง อย่าเอาความขัดแย้งส่วนตัว สร้างเรตติ้ง เดินหน้าปกป้องวัดพระธาตุพนม หากใครฉวยโอกาสแฝงประโยชน์ ทนายกองทัพธรรมพร้อมดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้ากรณี มี ทนายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายชื่อดัง ที่เคยรับว่าความให้กับลุงพล หรือ นายไชย์พล วิภา โดยก่อนนี้เคยมีชื่อเสียงเกี่ยวกับคดีน้องชมพู่เสียชีวิต และสุดท้ายตกเป็นผู้ต้องหา จนกระทั่งมีชื่อเสียงจากกระสื่อโซเชียล และมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างเรตติ้งทางสื่อโซเชียล และช่องยูทูปเบอร์ จนกระทั่งทนายสมเกียรติ โรจนวรกมล ออกมาเรียกร้องให้ทางวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร รวมถึงหน่วยงานตำรวจ มีการตรวจสอบ ลุงพล หรือ นายไชย์พล วิภา เกี่ยวกับการจัดกิจกรรม เดินแสวงบุญ จากบ้านเกิด ต.กุดเรือคำ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร มุ่งหน้า สู่ วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อแสดงออกถึงพลังศรัทธา พร้อมเปิดให้สายบุญร่วมบริจาค สมทบทุน นำมาถวายวัดพระธาตุพนม กำหนดการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ 2566 รวมเวลาประมาณ 3-4 วัน ระยะทางรวมประมาณ 200 กิโลเมตร โดยทาง ทนายสมเกียรติ โรจนวรกมล ยืนยันว่า เป็นการฉวยโอกาสแอบแฝงสร้างคอนเทนต์ และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.จราจร พร้อมเรียกร้องให้ พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม สั่งการให้ ตำรวจเกี่ยวข้อง ตรวจสอบ ดำเนินคดีหากเข้าข่ายความผิด เกี่ยวกับ พ.ร.บ.เรี่ยไร และ พ.ร.บ.จราจร
ล่าสุดทางด้าน ทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช หรือทนายกระดูกเหล็ก ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และมีฐานะเป็นไวยาวัจกร วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กล่าวว่า ตนในฐานะดูแลปกป้องพระพุทธศาสนา ในฐานะทนายกองทัพธรรม รวมถึงดูแลปกป้องวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ดูแลเรื่องกฎหมาย ไม่ให้มีใครมาแอบแฝงเพื่อประโยชน์ส่วนตน พร้อมมีการจัดระเบียบดูแลร่วมกับกรรมการวัดมาตลอด ในส่วนกรณีมี ทนายสมเกียรติ โรจนวรกมล ออกมาเรียกร้องให้วัดพระธาตุพนม และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกิจกรรมเดินแสวงบุญของ ลุงพล หรือ นายไชย์พล วิภา ที่จะมีการจัดกิจกรรมเดินแสวงบุญ ให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทำบุญ ยืนยันว่า วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นความขัดแย้งส่วนตัว เพราะทั้งสองเคยมีความขัดแย้งกันมาก่อน
“ขอแนะนำว่า อย่าเอาวัดพระธาตุพนมไปเกี่ยวข้อง สร้างกระแส หรือสร้างคอนเทนต์ เพื่อหวังประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าใครก็ตามที่จะแสวงบุญ หรือร่วมทำบุญกับวัดก็ยินดี ไม่ขัดศรัทธา แต่จะต้องเป็นความตั้งใจ และความศรัทธาด้วยใจ ไม่แฝงประโยชน์ส่วนตน ในการสร้างเรตติ้ง ทางสื่อโซเชียล แต่หากจะมีการจัดกิจกรรมหรือสร้างกระแสในวัดเพื่อหวังประโยชน์ในการบริจาค ก็จะต้องตรวจสอบดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และฝากถึง ทนายสมเกียรติ และลุงพล หรือ นายไชย์พล ว่าอย่าเอาวัดพระธาตุพนม ไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งส่วนตัว อย่าอ้างวัดพระธาตุพนม หรือพระสงฆ์ รวมถึงกรรมการวัด ไปเกี่ยวข้อง”ทนายอันต์ชัยกล่าว

