หน้าแรก ภูมิภาค ระดมแบ๊กโฮขุด...

ระดมแบ๊กโฮขุดทราย กู้เรือบรรทุกน้ำมันปาล์มเกยตื้น สงขลา เผยคลื่นยังแรง อุปสรรคใหญ่

3.02.23 | 11:43 น.

ระดมแบ๊กโฮขุดทราย กู้เรือบรรทุกน้ำมันปาล์มเกยตื้น สงขลา เผยคลื่นยังแรง อุปสรรคใหญ่

ความคืบหน้ากรณีเรือภัทรพัณณ์ ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่ มีขนาด 2,037 ตันกรอส ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบริเวณชายหาดปลายแหลมสนอ่อน แหลมสมิหลา อ.เมืองสงขลา ซึ่งอยู่ใกล้กับเขื่อนกันทราย ปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ รายงานว่าแผนการกู้เรือบรรทุกน้ำมันปาล์มเกยตื้น ที่แหลมสนอ่อน จ.สงขลา พบว่ามีคลื่นลมบริเวณชายฝั่ง ยังมีกำลังแรงพัดเข้าหาฝั่งอยู่ตลอดเวลา เรือถูกคลื่นซัดติดอยู่ริมชายหาด และมีหาดทรายเพิ่มขึ้นมาติดลำเรือฝั่งในทรายริมชายหาด บริษัทที่รับจ้างกู้เรือได้นำรถแบ๊กโฮ 2 คัน มาช่วยกันขุดทรายที่เพิ่มเป็นชายหาดข้างลำเรือออกอย่างเร่งด่วน เพื่อให้น้ำทะเลเข้ามาแทนที่ทราย โดยขุดทรายข้างลำเรือที่ติดชายหาดออกเป็นวงกว้าง โดยจะให้ลึกเท่าระดับทรายที่ฝังใต้ท้องเรือ โดยเฉพาะด้านท้ายเรือที่มีใบจักรและหางเสือ โดยนำทรายที่ขุดขึ้นมากองไว้ริมชายหาด เมื่อเรือลากจูงออกจากชายหาดแล้ว ก็จะนำทรายถมกลับลงทะเลต่อไป

“คลื่นลมบริเวณชายหาดที่เรือเกยตื้น ยังมีกำลังแรงเป็นอุปสรรคในการทำงาน ส่งผลทำให้แพบรรทุกแบ๊กโฮไม่สามารถทำงานได้ มีแพบรรทุกแบ๊กโฮอีก 3 แพ ที่ต้องจอดหลบคลื่นลม อยู่บริเวณหลังเกาะหนู เข้ามาทำงานไม่ได้ ส่วนรถแบ๊กโฮ 2 คัน ก็เร่งดำเนินการนำทรายด้านข้างเรือออกโดยเร็ว ขุดทรายในทะเลริมชายหาดเพื่อให้เป็นแนวร่องน้ำเป็นวงกว้าง”

รายงานว่า บริษัทที่รับจ้างกู้เรือก็เข้ามาดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2566 แต่คลื่นลมบริเวณชายหาดที่เรือเกยตื้นยังมีกำลังแรงไม่สามารถทำงานได้ คาดว่า การกู้เรือลากออกจากชายหาดเดือนกุมภาพันธ์ 2566 อาจจะล่าช้าออกไปอีก ทั้งนี้ เรือภัทรพัณณ์ มาเกยตื้นบริเวณชายหาดปลายแหลมสนอ่อน ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2565

Advertisement

แผนการกู้เรือภัทรพัณณ์ เรือบรรทุกน้ำมันปาล์มลำนี้โดยการลากออกจากชายหาด ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการแล้วและจะใช้ระยะเวลากี่วัน ที่จะสามารถลากเรือออกจากชายหาดได้ ขึ้นอยู่กับสภาพคลื่นลมในทะเลด้วย หากคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยบริเวณชายฝั่งสงขลาเข้าสู่สภาวะปกติและไม่มีอุปสรรคในการกู้เรือ ก็จะใช้ระยะเวลาประมาณ 10-15 วัน เนื่องจากบริษัทที่มากู้เรือมีความชำนาญในการกู้เรือบริเวณนี้มาแล้ว

เมื่อเรือลอยแล้วนำเชือกมาผูกกับหัวเรือภัทรพัณณ์ ให้เรือทั้ง 2 ลำ ทำการลาก เพื่อหมุนหัวเรือออกสู่ทะเล ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงใช้เรือบาสแบ๊กโฮ 2 ลำ ช่วยทำการขุดรอบๆ ตัวเรือ จนกระทั่งหัวเรือหมุนออกสู่ทะเล และเข้าไปในร่องน้ำที่ทำการขุดไว้ด้วยเรือขุดหัวสว่าน แล้วให้เรือทั้ง 2 ลำ ลากเรือออกสู่น้ำลึก และทิ้งสมอในจุดที่ปลอดภัยต่อไป หลังจากนั้นจะมีนักประดาน้ำลงไปตรวจสอบเช็กสภาพใต้ท้องเรือว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นบ้างหรือไม่ สำหรับร่องน้ำที่ขุดนำเรือออกก็จะทำการปรับพื้นทรายให้กลับเข้าสู่สภาพเดิมทันที โดยใช้เวลาตามแผนงานที่กำหนดไว้ขึ้นอยู่กับสภาพคลื่นลมในทะเลด้วย