คืบหน้าเหตุไฟคลอกลูกเสือขณะร่วมกิจกรรมรอบกองไฟ ตำรวจเรียกสอบนักเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บให้ปากคำแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เก็บหลักฐาน
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ สภ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ร.ต.อ.วรพงษ์ ศิริพงศ์วรนาถ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โนนสัง พ.ต.ท.สุพล คำภีระมี สารวัตร (สอบสวน) สภ.โนนสัง ร้อยเวรเจ้าของคดี ที่ได้รับมอบหมายจากว่าที่ พ.ต.อ.กฤษ มาสุข ผกก.สภ.โนนสัง ให้เชิญตัวผู้ปกครองและนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์ และนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บที่อยู่ในเหตุการณ์ ไฟคลอกนักเรียนขณะทำกิจกรรมรอบกองไฟ ระหว่างการเข้าค่ายลูกเสือ เนตรนารี ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเรียนของโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งใน อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เข้าให้ปากคำ
โดยวันนี้มีผู้ปกครอง เด็กนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ รวมทั้ง น้องคิม ผู้บาดเจ็บ ซึ่งออกจากโรงพยาบาลแล้ว เข้าให้ปากคำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ตั้งข้อหา ต้องรอสอบปากคำให้ครบถ้วนก่อน และจะต้องพานักเรียนเข้าไปร่วมสอบกับสหวิชาชีพที่จังหวัดอีกครั้งหนึ่ง

ที่โรงเรียนซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานหนองบัวลำภู ว่าที่ พ.ต.อ.กฤษ มาสุข ผกก.สภ.โนนสัง ร้อยเวรเจ้าของคดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ร่วมกันตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและเก็บหลักฐานต่างๆ ที่อยู่ภายในที่เกิดเหตุ ตรวจหากระบองคบเพลิงที่ใช้จุด ตรวจหาถังบรรจุเชื้อเพลิงที่เกิดการระเบิดเพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ทั้งบริเวณที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง พร้อมเชิญครูที่อยู่ในเหตุการณ์เข้าให้ปากคำ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
หลังจากตรวจสอบ ว่าที่ พ.ต.อ.กฤษกล่าวว่า วันนี้ได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาว่าลักษณะของการนำน้ำมันเชื้อเพลิงมาใส่สำหรับจุดนั้นเป็นเชื้อเพลิงชนิดใด ดีเซล เบนซิน หรือแอลกอฮอล์ ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน สำหรับลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ เป็นการกระทำโดยประมาท หรือใครเป็นคนกระทำ ก็จะต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ว่าที่ พ.ต.อ.กฤษกล่าวว่า เท่าที่สอบจากนักเรียนทราบว่านักเรียนที่จะทำการแสดงมีทั้งหมด 8 คน ยืนล้อมวงอยู่รอบนอกกับรอบในเพื่อจะจุดไฟคบเพลิงแสดง และจุดไปได้ถึงคนที่ 3 ไฟระเบิดใส่ก่อน ตอนนั้นทราบว่ามีครูที่คอยควบคุมอยู่ ส่วนคนจุดทราบว่าเป็นคนขับรถของโรงเรียน แต่ก็ต้องสอบอีกครั้งหนึ่ง ลักษณะความผิดถ้าจากเหตุการณ์ลักษณะอย่างนี้จะมีความผิดคือ มาตรา 225 ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทและเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย หรือกระทำการโดยประมาทนั้น น่าจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตของบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 300 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายคงเดช ครูที่ดูแลกิจกรรม กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวมีนักเรียนเข้าร่วม 205 คน ซึ่งโรงเรียนไม่ได้จัดกิจกรรมพักแรมที่นอนค้างคืนมาแล้ว 3 ปี บางครั้งจัดกิจกรรมภายในหอประชุมก็จะใช้ไฟจำลอง แต่ปีนี้เห็นว่าเรามีฟืนจำนวนมากจึงจัดกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อให้นักเรียนได้รู้รูปแบบของลูกเสือจริงๆ ก่อนจะเริ่มกิจกรรมตอนนั้นได้ปิดไฟ ทำให้ไฟมืด ก่อนจะใช้ น้ำมันดีเซล จุ่มคบเพลิงไว้ให้แล้ว ทั้งนี้ หลังจากปิดไฟแล้วก็ไม่ทราบ และบริเวณที่นักเรียนเตรียมแสดงก็มีครูที่รับผิดชอบดูแลอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในผู้บาดเจ็บที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลโนนสังเย็นวานนี้คือ ลูกชายของนายคงเดช เอง
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ระหว่างนักเรียนของโรงเรียนมัธยมศึกษาใน อ.โนนสัง ร่วมกิจกรรมเข้าค่ายพักแรมกำลังจะจุดคบเพลิงร่วมพิธีแสดงซูลู ในการทำกิจกรรมรอบกองไฟ ระหว่างนั้นนักเรียนผู้แสดงใช้คบเพลิงจุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อให้ติดไฟง่ายขึ้น หนึ่งในนักเรียนไม่เห็นเปลวไฟที่คบเพลิง จึงนำคบเพลิงจุมน้ำมันอีก ทำให้ไฟลุกท่วมใส่ร่างของเด็กที่กำลังจะเตรียมการแสดง มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย
ปัจจุบันผู้บาดเจ็บออกจากโรงพยาบาลแล้ว 3 ราย คงเหลือผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย (รักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น 1 ราย ถูกไฟลุกไหม้ไป 90% ตอนนี้เด็กรู้ตัวดี แต่ต้องอยู่ในห้องปลอดเชื้อ ส่วนอีก 1 ราย ถูกไฟคลอกประมาณ 50-60% รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ จ.ขอนแก่น อาการเริ่มดีขึ้น เหลืออยู่ 16% แพทย์แจ้งว่าอีกประมาณ 2 สัปดาห์น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้)

