จบไม่ลง! ชาวกุดจิ จี้ รฟท.ปรับแบบไฮสปีดเป็นตอม่อยกระดับ ช่วงผ่านชุมชน ชี้คันดินสูงทำน้ำท่วมกระทบวิถีชีวิต
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานเทศบาลตำบล (ทต.) กุดจิก อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอสูงเนิน พร้อม ดร.ภัทรพล บัญชาจารุรัตน์ นายก ทต.กุดจิก ร่วมจัดเวทีสาธารณะร่วมแก้ไขปัญหาโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงและทางคู่ พบชาวบ้านยืนถือป้ายผ้าความยาว 30 เมตร เขียนข้อความ “ขอความเห็นใจจากลุงตู่ ลุงป้อมช่วยรับฟังปัญหาพวกเราด้วย” “ช่วยแก้ไขให้เป็นตอม่อยกระดับด้วยค่ะ” บริเวณทางเข้าห้องประชุม โดยมีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต.นากลาง ต.กุดจิก ต.โค้งยาง ต.โนนค่า อ.สูงเนิน พร้อมชาวบ้านที่มีที่ทำกินและบ้านพักในพื้นที่สองข้างทางรถไฟกว่า 300 คน ทยอยร่วมรับฟังผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับจ้างชี้แจงรูปแบบการก่อสร้างและแนวทางบรรเทาผลกระทบโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา สัญญา 3-4 งานก่อสร้างคันทางระดับดินและโครงสร้างยกระดับช่วง กุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 9.5 กิโลเมตร ความคืบหน้ากว่า 44 % ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา ร่วมสังเกตการณ์และบันทึกการประชุมด้วย

ทั้งนี้หลังเริ่มก่อสร้างทางรถไฟช่วงผ่านพื้นที่ ต.กุดจิก รูปแบบคันดินทั้งหมดพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 5,290 ไร่ ถูกน้ำท่วมระดับสูงกว่า 1 เมตร และเป็นระยะเวลานานหลายสัปดาห์ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากคันดินปิดกั้นเส้นทางระบายน้ำธรรมชาติ ถนนเทศบาล 2 เส้นทางตัดผ่านทางรถไฟเชื่อม อปท. หลายแห่ง เป็นหลุม บ่อรวมทั้งมลพิษจากฝุ่นละออง เส้นทางคมนาคมหลายจุดเปลี่ยนแปลงจากเดิม พื้นผิวจราจรคับแคบและจุดสะพานกลับรถอยู่ระยะไกลทำให้การติดต่อสัมพันธ์ระหว่างผู้คนสองฝั่งทางรถไฟเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพิ่มระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การชี้แจงไม่ตรงประเด็นความต้องการให้หยุดการก่อสร้างและยกระดับเท่านั้น จึงพากันส่งเสียงโห่ฮาแสดงความไม่พอใจ ทำให้บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด ผู้แทน รฟท. ได้กล่าวสรุปปิดท้าย การหยุดก่อสร้างไม่สามารถดำเนินการได้ยกเว้นศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวส่วนการปรับรูปแบบเป็นตอม่อต้องผ่านความเห็นชอบและอนุมัติงบจาก ครม. เท่านั้น

ดร.ภัทรพล บัญชาจารุรัตน์ นายก ทต.กุดจิก เปิดเผยว่า ที่ปรึกษาโครงการไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด เมื่อทราบรูปแบบที่ชัดเจนเป็นคันดินปิดเมือง เสมือนถูกปิดกั้นความเจริญ กลายเป็นอ่างกระทะรองรับมวลน้ำขนาดใหญ่ ชาวกุดจิกรู้สึกวิตกกังวลกับคันดินสูงประมาณ 2 เมตร เปรียบเสมือนกำแพงกั้นไม่ตอบโจทย์ความสะดวกส่งผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมาได้ตระเวนยื่นหนังสือร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด ขณะนี้ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองนครราชสีมา กรณีชาวกุดจิกไม่ได้มีส่วนร่วมการประชาพิจารณ์และรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มชั่วคราวและพิจารณาปรับรูปแบบเป็นตอม่อ มิเช่นนั้นจะผลกระทบต่อวิถีชีวิตในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงมิได้


