เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ศาลจังหวัดเลย มีคดีการฟ้องร้องขบวนการแอบอ้าง มีโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ โดยนายอำนาจ แก้วประสงค์ ทนายความ เปิดเผยว่า ประเด็นการหลอกลวงอ้างมีโควต้าลอตเตอรี่ ได้แพร่กระจายไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย มูลค่าความเสียหายสูงมาก อย่างคดีที่ตนมาขึ้นศาลวันนี้ มูลค่าความเสียหาย 188 ล้าน ความจริงในเรื่องของอรรถคดีมีมูลค่าความเสียหายมากกว่านี้ แต่เนื้อหาที่มีหลักฐาน พยาน มีมูลค่าความเสียหายได้เพียง 188 ล้าน
ทั้งนี้ตน ว่าความเรื่องนี้ในหลายจังหวัด ก็จะมีเนื้อหาการหลอกเหมือนๆ กัน เริ่มจากกองสลากได้จัดสรรโควต้าขึ้นมา แต่การจัดสรรขึ้นมาสิ่งนี้มีอยู่จริง แต่โควต้าเหล่านี้ไม่ถึงประชาชน โดยรัฐบาลได้จัดสรรมาที่ 35,200 บาท ต่อ 1 กล่อง กล่องละ 500 ใบ ตกใบละ 70.44 บาท ตรงจุดนี้จึงมีขบวนการมาหลอกว่า มีโควต้าลอตเตอรี่ จะแบ่งขายให้ในราคาใบละ 75 บาท และเอาไปขาย 80 บาท และมีขบวนการซ้อนขบวนการ เอาไปขาย ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ต่อๆ กันมา แต่ส่วนใหญ่ขบวนการพวกนี้ไม่มีโควต้าอยู่จริง เป็นการหลอกกันเป็นทอดๆ โดยใช้ขบวนการของรัฐที่มีการจัดสรรโควต้า เป็นจุดเริ่มต้นการต้มตุ๋น ส่วนใหญ่ผู้เสียหายก็เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ที่สุดท้ายแล้ว ถูกดำเนินคดี ติดคุก ครอบครัวต้องแตกแยก
อย่างคดีที่ตนขึ้นวันนี้ มีผู้ต้องหา 4 คน 3 คนได้หลบหนี อีกคนก็อยู่ในเรือนจำ มีผู้เสียหายนับ 100 ราย แต่เป็นตัวแทนขึ้นศาลฟ้องจำนวน 9 ราย ส่วนใหญ่ผู้ต้องหาก็เป็นญาติ เป็นเพื่อน อยู่หมู่บ้านเดียวกัน พฤติกรรมการหลอกก็เหมือนๆ กัน เริ่มแรกมีจำนวนน้อยคน ทุกคนก็จะได้ลอตเตอรี่ ต่อมาหลายๆ งวด มีคนสนใจมากขึ้น จำนวนเงินก็มากขึ้น ขบวนการพวกนี้จะหอบเงินหนีหายไปหมด มักจะมีผู้เสียหายสืบเป็นทอดๆ ในหลายๆกลุ่ม และส่วนใหญ่คดีลักษณะนี้ จะอยู่ในจังหวัดเลย เพราะเมืองเลยจะเหมือนเป็นศูนย์กลางลอตเตอรี่ของประเทศไป คนเลยจึงเป็นผู้เสียหายคดีอย่างนี้เป็นจำนวนมาก และผู้เสียหายส่วนใหญ่ เมื่อรู้ว่าสูญเงินแล้วก็มักจะไปแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่ ทางตำรวจก็ขอให้ไปพูดคุยกันเอง ผู้ต้องหาผู้เสียหายก็รู้จักกันดี จึงไม่ค่อยเป็นคดี และส่วนใหญ่ผู้เสียหายก็จะรวมกลุ่มกัน และจ้างทนายฟ้องเอง วันนี้คดีแบบนี้คาดว่ามีไม่น้อยกว่า 10 คดีในแต่ละศาล และมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก 500-1,000 ล้านบาท

