‘บิ๊กจ๊อด’เปิดการฝึก ทร.ปี66 จัดเต็มทหาร 4,500 นาย ‘เรือ-ฮ.-รถถัง’ จำลองแผนป้องกันประเทศทาง’บก-น้ำ-อากาศ’

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ จ.ชลบุรี พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2566 ที่กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน(บก.นย.) ค่ายกรมหลวงชุมพรฯ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ และผู้บังคับบัญชาในกองอำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2566 ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ผบ.ทร. ได้มอบโอวาทให้กับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก และชมการการสาธิตการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งมีการประกอบกำลังจากหน่วยกำลังรบ และหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ ในกองทัพเรือมาเข้าร่วมการปฏิบัติการสาธิต โดยเป็นการปฏิบัติการโจมตีจากทะเลต่อที่หมายบนฝั่ง ด้วยกำลังรบยกพลขึ้นบก กำลังปฏิบัติการพิเศษ และอาวุธจากเรือผิวน้ำและอากาศยาน นอกจากนั้น ยังมีการสาธิตการป้องกันพื้นที่สำคัญบนฝั่งด้วยกำลังต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งอีกด้วย
สำหรับกองทัพเรือได้จัดให้มีการฝึกกองทัพเรือประจำปีมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำรงความพร้อม ของหน่วยต่าง ๆ ในการปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศ แบ่งการฝึกเป็นวงรอบทุก 2 ปี ตามสถานการณ์ที่ถูกกำหนดขึ้น โดยในปีแรกหรือ Light Year เป็นการฝึกในสถานการณ์ปกติจนถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระดับต่ำ ส่วนในปีที่ 2 หรือ Heavy Year เป็นการฝึกในสถานการณ์วิกฤตจนถึงขั้น
การป้องกันประเทศ

การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2566 นี้ จัดขึ้นระหว่าง28 พฤศจิกายน2565 – 22 มิถุนายน 2566 โดยมีกำลังทางเรือประเภทต่าง ๆ เข้าร่วมการฝึก ได้แก่ เรือผิวน้ำ จำนวน 20 ลำ เครื่องบิน จำนวน 4 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ จำนวน 6 เครื่อง อากาศยานไร้คนขับ จำนวน 2 ระบบ กำลังจาก นย. กำลังจากหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง(สอ.รฝ.) กำลังจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ(นสร.) ตลอดจนหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ มีกำลังพลเข้าร่วมการฝึกรวมทั้งสิ้น 4,500 นาย มีพื้นที่การฝึกทั้งในทะเลและบนบกโดยแบ่งการฝึกเป็น 2 ส่วน คือ การฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command Post Exercise: CPX) มีระยะเวลาการฝึกรวม 3 สัปดาห์ ระหว่าง 27 กุมภาพันธ์ -17 มีนาคม 2566 เพื่อฝึกการควบคุมบังคับบัญชา และทดสอบแนวความคิดในการใช้กำลังและหลักนิยมต่าง ๆ ของหน่วยบังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ และการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (Field Training Exercise: FTX) ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม-12 พฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นการฝึกปฏิบัติการจริงของหน่วยกำลังรบประเภทต่างๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและประสบการณ์ให้กับกำลังพล รวมทั้งเป็นการทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติการต่าง ๆ

อาทิ การคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเล การโจมตีกำลังทางเรือของฝ่ายตรงข้าม การปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก และการป้องกันฝั่ง ซึ่งกำลังทางเรือต้องฝึกการปฏิบัติทางยุทธวิธีตามสาขาปฏิบัติการต่างๆ ได้แก่ การปราบเรือดำน้ำ การต่อต้านเรือผิวน้ำ การป้องกันภัยทางอากาศ การปฏิบัติการพิเศษ การยกพลขึ้นบก รวมทั้งปฏิบัติการข่าวสารและสงครามไซเบอร์ ทั้งนี้ จะมีการฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่-พื้น แบบ Harpoon Block 1C ในทะเลอันดามัน โดย ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งที่จัดสร้างขึ้นในประเทศไทย การฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างเรือและอากาศยาน อีกด้วย

นอกจากนั้น ยังมีการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การยิงอาวุธประจำหน่วย และการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ของกำลังภาคพื้นดิน ทั้งกำลังจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง รวมทั้งกองทัพบกและกองทัพอากาศที่ได้จัดกำลังเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ด้วย ในขณะเดียวกัน ได้มีการฝึกด้านการส่งกำลังบำรุง (Logistics Exercise: LOGEX) เพื่อทดสอบขีดความสามารถด้านการส่งกำลังบำรุงและการปฏิบัติของหน่วยสนับสนุนต่างๆ พร้อมกันไปด้วย และที่สำคัญ คือ การฝึกในครั้งนี้ ได้มีการเชิญ ศรชล. กองทัพบก และกองทัพอากาศ จัดกำลังเข้าร่วมการฝึกในหัวข้อการฝึกต่างๆ อีกด้วย เช่น กำลังของ ศรชล. ในการฝึกป้องกันพื้นที่สำคัญ กำลังของกองทัพอากาศ อาทิ เครื่องบินขับไล่แบบ JAS-39 Gripen (บข.20) และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางภัยอากาศ SAAB 340 AEW (บ.ค.1) ในการฝึกป้องกันภัยทางอากาศให้กับกองเรือและการโจมตีเรือในทะเล กำลังของกองทัพบก อาทิ รถถังแบบ T-84 Oplot-M ในการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง เป็นต้น

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2566 นั้น นอกจากกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกจะได้รับความรู้ ความชำนาญเพิ่มขึ้นจากการฝึกแล้ว ยังทำให้กองทัพเรือได้รับทราบถึงขีดความสามารถและข้อจำกัดของกำลังทางเรือที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งการปฏิบัติการร่วมกันกับ ศรชล. และ เหล่าทัพ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาขีดความสามารถสำหรับการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะในการป้องกันประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยขีดความสามารถของกำลังทางเรือที่เตรียมไว้สำหรับการทำสงคราม ยังสามารถนำมาใช้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ในยามปกติได้อีกด้วย

