หน้าแรก ภูมิภาค ปางช้างมีชัยส...

ปางช้างมีชัยสูญเสียช้างพลาย อายุ 20 ปี นทท.เอาอาหารปนสารเคมีให้กิน หมอช่วยเต็มที่แล้ว

12.02.23 | 20:22 น.

สลด ช้างพลายปางช้างมีชัยป่วย หลังกินอาหารมีสารเคมี ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ล้มแล้ว แม้สัตวแพทย์จากโรงพยาบาลช้างลำปางมารักษาก็ช่วยไม่ได้ เจ้าของปางช้างระบุเสียหาย 5 ล้าน เตือน นทท.อย่านำอาหารปนสารเคมีมาให้ หมอแนะนำควรให้อาหารที่ช้างชอบกินมากกว่า

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีช้างในปางช้างมีชัย ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ล้มเมื่อเร็วๆ นี้ โดยสัตวแพทย์จากโรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง เดินทางไปทำการรักษาแต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้

นายชัยวศิน หรือ หนึ่ง ควาญช้างปางช้างมีชัย เปิดเผยว่า เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ช้างพลายตัวหนึ่งของปางช้างอายุ 20 ปี เกิดอาการป่วย ท้องอืด เนื่องจากกินอาหารที่นักท่องเที่ยวนำมาให้ช้างกิน ซี่งทราบภายหลังว่า อาหารดังกล่าวมีสารเคมีเจือปนอยู่ หรือผลไม้ เช่น กล้วยที่บ่มแก๊ส เจ้าของปางช้างจึงประสานสัตวแพทย์จากโรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง เดินทางมารักษา แต่สุดท้ายไม่สามารถรักษาได้

นายศักดิ์ชัย ขนรกุล เจ้าของปางช้างมีชัย เปิดเผยว่า ช้างพลายตัวนี้มีอายุ 20 ปี ปางเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด ซึ่งมีอาการป่วยจากการกินอาหารที่นักท่องเที่ยวซื้อมาให้ เช่น กล้วยซึ่งซื้อมาจากตลาดสด มักจะมีการบ่มแก๊ส ทำให้ช้างกินไปจะเกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย ซึ่งช้างพลายตัวนี้ไม่เคยมีอาการป่วยมาก่อน

นายศักดิ์ชัยกล่าวว่า เมื่อเกิดอาการดังกล่าวได้เรียกสัตวแพทย์จากโรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง มาทำการรักษาตั้งแต่ต้น แต่ไม่สามารถรักษาได้กระทั่งล้มไปเมื่อวานนี้ (11 กุมภาพันธ์) ซึ่งผลไม้ เช่น กล้วยหอม กล้วยไข่ จะมีการบ่มแก๊ส และมักจะซื้อจากตลาดสด ซึ่งทางปางช้างได้แจ้งขอความร่วมมือไว้แล้ว ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเข้าใจ

Advertisement

“ช้างที่ล้มไปอายุ 20 ปี เลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด เราเลี้ยงก็รู้สึกรักและผูกพัน และเราต้องเลี้ยงเขาให้ดี ให้มีความสุข อาหารที่เขากิน เช่น อ้อน กล้วย เขาชอบ เขาจะกินก่อน ช้างที่ล้มไปมีมูลค่ามากถึง 4-5 ล้านบาท ซึ่งมีกลุ่มที่ต้องการขอซื้อซาก 1 แสนบาท แต่เราไม่ขาย จะทำพิธีฝังร่างในวันนี้” นายศักดิ์ชัยกล่าว

นสพ.ภัคพงศ์ สังข์วิเศษ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์พัฒนา จ.ลำปาง กล่าวว่า อยากให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว หรือผู้ที่จะนำอาหารมาให้ช้าง ช้างจะกินอาหารหยาบ เช่น ใบไม้ หญ้า อ้อย กล้วย เป็นหลัก ส่วนอาหารอื่นๆ เช่น แตงโม แตงกวา หรือผลไม้อื่นๆ ก็กินได้ แต่ไม่ใช่อาหารหลักของเขา

นสพ.ภัคพงศ์ระบุว่า ช้างที่ล้มตัวนี้เกิดจากปัญหาทางเดินอาหาร ท้องอืด อาหารไม่ย่อย แม้จะได้รับการรักษาด้วยวิธีการแบบโรงพยาบาลช้างทั้งเรื่องการส่องกล้อง การล้วงทางเดินอาหาร หรือเอกซเรย์แล้ว แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ไม่ใช่เรื่องการมาช้า หรือมาเร็ว จึงขอให้นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่จะนำอาหารมาบริจาคให้ช้างต้องหาความรู้ในเรื่องนี้ให้ดี เพื่อจะได้ไม่เกิดความสูญเสียขึ้น