ตร.นำตัวเจ้าของร้านคาร์แคร์หัวร้อนยิงหนุ่มวัย 32 ดับทำแผน แจ้ง 4 ข้อหาหนัก

ตร.นำตัวเจ้าของร้านคาร์แคร์หัวร้อนยิงหนุ่มวัย 32 ดับทำแผน แจ้ง 4 ข้อหาหนัก

กรณีนายชานนท์ อายุ 38 ปี อยู่ ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ใช้อาวุธปืนยิงจ่อยิง ศีรษะนายวุฒิพงษ์ อายุ 32 ปี ชาว ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตบริเวณหน้าร้านอาหาร เมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากไม่พอใจที่ผู้ตายถามว่า “มึงเป็นใคร” นั้น

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.สุวรรณ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.อิทธิเดช สุนทร ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.เทวฤทธิ์ บูรณรักษ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.นพรัตน์ หลวงสนาม สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เจ้าของคดี พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่สายตรวจ คุมตัวนายชานนท์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุ ซึ่งเป็นคนยิงนายวุฒิพงษ์ เสียชีวิต และนายนิยม อายุ 43 ปี เพื่อนที่ไปด้วยกัน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่หน้าร้านอาหารครัวพารวย ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยมีญาติผู้เสียชีวิตและชาวบ้านมาดูเหตุการณ์จำนวนมากและด่าทอด้วยความโกรธแค้น

พล.ต.ต.สุวรรณ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุนายชานนท์ และนายนิยม ซึ่งเป็นคนขับ ได้พากันมาเที่ยวร้านอาหารครัวพารวย แต่ร้านอาหารปิด ก่อนจะพบกับนายวุฒิพงษ์ ผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่รู้จักกันมาก่อน ที่หน้าร้าน ซึ่งมาเที่ยวเหมือนกัน แต่ร้านปิด ทั้งนี้ ผู้ต้องหาอ้างว่า ขณะนั้นนายวุฒิพงษ์ มีอาการมึนเมาสุรา ได้ยืนพูดคุยกับนายนิยมที่หลังรถ และมีปากเสียงกัน นายชานนท์ ซึ่งนั่งอยู่ในรถได้ลงมา เพื่อที่จะไกล่เกลี่ยห้ามให้แยกย้ายกันกลับบ้าน ทำให้นายวุฒิพงษ์ผู้ตายไม่พอใจ พูดท้าทายและถามว่า “มึงเป็นใคร” ทำให้นายชานนท์นำปืนที่พกติดตัวมาจ่อยิงที่ศีรษะนายวุฒิพงษ์ เสียชีวิต และหลังก่อเหตุได้หลบหนี กระทั่งชุดสืบสวนได้เบอร์โทรศัพท์ของผู้ก่อเหตุและได้โทรไปให้มามอบตัว ก่อนจะยอมมอบตัวพร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ลูกซองสั้น) ที่ใช้ก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม หลังทำแผนพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายชานนท์ 4 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ฆ่าผู้อื่น 2.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้อนุญาต 3.ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และ 4.ยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน ส่วนนายนิยม เพื่อนที่ไปด้วยกันถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้อนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมนำตัวส่งไปฝากขังดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image