หนุ่มบุรีรัมย์หว่านแหหาปลาผงะ เจอหัวกะโหลกมนุษย์ คาดเป็นชายวัย 57 ที่หายไปอย่างปริศนาช่วงน้ำหลากปี’64
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ.นิยม ท่วมไธสง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากคนหาปลาว่าพบกะโหลกศีรษะมนุษย์จมอยู่ในน้ำบริเวณคลองลำตะโคง ด้านทิศใต้วัดเกาะแก้ว บ้านละหาน หมู่ 18 ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.บ้านด่าน และตำรวจชุดสืบสวน
สอบถามนายศักดิ์ชัย ชะมารัมย์ อายุ 60 ปี ชาวบุรีรัมย์ คนหาปลาและเป็นคนพบกะโหลกดังกล่าว เล่าว่า ตนกับเพื่อนมาหว่านแหหาปลาในลำห้วย ช่วงนั้นเพื่อนอีกคนให้หว่านซ้ำ จึงหว่านใกล้กันแล้วดำน้ำลงไปเอาแหแต่ปรากฏว่าพบสิ่งผิดปกติ เมื่อเอามือคลำดูแล้ว รู้สึกว่าเป็นกะโหลกมนุษย์ จึงบอกให้เพื่อนช่วยกันเอาแหขึ้นมา พบกะโหลกติดขึ้นมากับแหตามคาด จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบดังกล่าว ยอมรับตกใจเพราะไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
ต่อมานางนิด พะเนิกรัมย์ อายุ 57 ปี ชาวบุรีรัมย์ พร้อมลูกสาวเดินทางมาดูหัวกะโหลก และมั่นใจว่าเป็นหัวกะโหลกของนายเอกชัย พะเนิกรัมย์ อายุ 57 สามีและพ่อที่หายไปอย่างปริศนาเมื่อปี 2564 โดยนางนิดเล่าว่า ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่า มีคนฝันว่าสามีตนอยู่ใต้น้ำหนาวเย็นอยากจะขึ้นมาจากน้ำ จึงทำได้แค่ทำบุญกรวดนำไปให้ หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อปี 2565 พบชิ้นส่วนมนุษย์ท่อนล่าง เมื่อตรวจ DNA แล้วตรงกันกับลูกสาว
นางนิดเล่าต่อว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2564 ช่วงฤดูน้ำหลาก สามีได้หายออกจากโรงพยาบาลบ้านด่านอย่างปริศนา จนท.ค้นหาไม่พบจนกระทั่งวันที่ 13 กุมภาพันธ์ มีคนพบกระดูกมนุษย์ท่อนล่าง จึงเดินทางไปดู จำกางเกงได้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจ DNA ผลปรากฏว่าตรงกันกับลูกสาว หลังจากนั้นได้ทำบุญกรวดน้ำไปให้ตลอดจนกระทั่งวันนี้มาพบกะโหลกศีรษะอีกชิ้นหนึ่ง ตนก็เชื่อว่าเป็นของสามีเพราะจำลักษณะฟันได้อย่างแม่นยำ หลังจากนี้จะเอากะโหลกศีรษะที่พบเอาไปทำบุญตามประเพณีต่อไป



