เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ หรือ ส.จ.ตี๋ อดีตผู้เชี่ยวชาญประจำตัว นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีต ส.ส.ชลบุรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ กกต.ให้มีการปรับเขตเลือกตั้งใหม่ ให้เป็นธรรมและไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรในพื้นที่เลือกตั้ง ส่งผลให้ กกต.ชลบุรี ได้เสนอเขตเลือกตั้งใหม่เป็นรูปแบบ ก.และ ข. จากพื้นที่เดิมนั้น ตนได้ลงพื้นที่หาเสียงลงพบปะประชาชนมาตลอด เมื่อมีการปรับเขตเลือกตั้งใหม่ได้มีการเปลี่ยนเขตเลือกตั้งจาก อ.บ้านบึง ไป อ.พนัสนิคม ยอมรับว่าต้องเหนื่อยมากกว่าเดิม เพราะไม่เคยหาเสียงในพื้นที่ อ.พนัสนิคม มาก่อน จึงอยากให้มีการปรับเปลี่ยนเป็นเขตพื้นที่แบบที่ 2 เพราะว่าที่ผู้ลงสมัคร ส.ส.หลายคนได้ลงหาเสียงในพื้นที่รูปแบบที่ 2 กันมาก่อน
“การปรับเปลี่ยนพื้นที่เขตเลือกตั้งใหม่ ทำให้การพบปะประชาชนทำให้ยากลำบากมากขึ้นกว่าเดิม บางครั้งมีงานชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี และในเวลาเดียวกันมีงานในพื้นที่ อ.พนัสนิคม ทำให้เสียโอกาสพบปะประชาชน ยอมรับว่าการหาเสียงยังยึดหลัก จะต้องไปงานบุญ งานบวช งานศพ เพราะถือว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้สมัคร ส.ส.มาตั้งแต่ในอดีตแล้ว และยังได้พบปะประชาชน เพื่อรับเรื่องร้องเรียนที่ไม่เป็นธรรม และยังช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อีกด้วย ซึ่งจะได้คะแนนความนิยมจากประชาชน” นายสุรพงศ์กล่าว
ทางด้านนายสรายุทธ วงษ์แสงทอง ว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 ชลบุรี พรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้งตามที่ กกต.กลางให้มีการปรับเปลี่ยนให้ประชากรไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่ามีรูปแบบ ก.และ ข. ออกมาใหม่เพื่อให้ประชาชนลงประชามติใหม่นั้น ยอมรับว่าเกิดผลกระทบเหมือนกัน เพราะต้องไปย้ายป้ายจากพื้นที่ อ.บ้านบึง ไปติดตั้งใหม่ในพื้นที่ อ.พนัสนิคม ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น และต้องรายงานให้ กกต.รับทราบเช่นกัน
“อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเขตเลือกตั้งในครั้งนี้ อาจจะโชคดีหน่อยที่ยังมีพื้นฐานเสียงในพื้นที่ อ.พนัสนิคม ซึ่งจะได้คะแนนนิยมให้กับพรรคภูมิใจไทยมากยิ่งขึ้น” นายสรายุทธกล่าว

