หน้าแรก ภูมิภาค ผู้เชี่ยวชาญ ...

ผู้เชี่ยวชาญ ยันถ้าวาง ‘น้องต่อ’ ไว้จุดที่บอก ยังไงก็ต้องเจอ กู้ภัยย้ำ ยากจะหลุดออกไปแม่น้ำ

27.02.23 | 13:49 น.

ผู้เชี่ยวชาญ ยัน หากวางร่าง ‘น้องต่อ’ ไว้จุดที่บอก อย่างไรก็ต้องเจอ กู้ภัยย้ำ ยากจะลอยออกแม่น้ำ

ยังคงเป็นที่ติดตามจากสังคม กรณีเรื่องของ “น้องต่อ” วัย 8 เดือน ที่หายตัวออกจากบ้านอย่างเป็นปริศนา ก่อนที่คืนวานนี้ ‘นิ่ม’ มารดาของเด็ก จะรับสารภาพว่าทำลูกตก ถึงแก่ชีวิต และได้นำศพไปวางไว้ริมตลิ่งน้ำ ขณะนี้ยังไม่พบร่างของน้องต่อ นำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ของแวดวงต่างๆ

ล่าสุด รายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ได้นำเสนอเรื่องราวดังกล่าว โดยพูดคุยกับ พิเชษฐ์ เอมศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการใต้น้ำ ในการค้นหาร่างน้องต่อ โดยพิเชษฐ์กล่าวว่า ช่วงแรกที่แจ้งหาย ได้ค้นหาเด็กเบื้องต้น ค้นหาในน้ำด้วย ซึ่งเป็นคลองที่ติดต่อกับแม่น้ำท่าจีน ในวันแรกที่ลงไป พื้นที่นี้เป็นขยะ เป็นกิ่งไม้ กอไผ่ ขวางอยู่ ยากจะเล็ดลอดไป เรารื้อสวะหลังเกิดเหตุได้ตอน 8-9 วัน นำแบ๊กโฮมาขุดจากกอที่แน่นอยู่

“8 วันแรกที่เด็กหายไป เด็กจะออกไปไม่ได้ แต่ปากแม่น้ำยังมีเศษไผ่เก่ากั้นอีกชั้นหนึ่งในแม่น้ำ ส่วนบนบกก็ตามหา ผู้ใหญ่เกณฑ์ลูกบ้านเดิน ก็ไม่เจอ”

“ตลิ่งสูงและชันมาก จะเอาลงไปวางเลยคงยาก ถ้าโยนไปก็เป็นเนินดินหน่อยๆ เป็นหญ้าไทรแน่นมาก โยนไปก็ค้าง” กู้ภัยระบุ

Advertisement

ขณะที่ หนึ่ง หมอดูเปิดไพ่ทาโรต์ ที่ได้มีส่วนช่วยในรายการนี้ โดยออกกุศโลบายปลอบเหยื่อ โดยว่า ตอนแรกที่มีเอฟซีติดตามจากดูดวงรีวิวว่าน้อง 8 เดือน หายไปไหน ตอนแรกไม่รู้ข่าว ก่อนมีคนติดต่อประสานงานมาให้ลงพื้นที่ น้องเห็นเราก็อยากคุยกับเรา เขารู้ว่าเราเป็นหมอดู ก็ได้คุยกัน ด้วยความที่เราผู้หญิงเหมือนกัน ก็ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ตอนแรกน้องก็บอกว่าไม่รู้ๆ ก็ใช้กุศโลบาย ถามๆ ไป ตอนแรกน้องมีอาการกลัวๆ และพ่อน้องมาโวยวาย หลังจากนั้นมีการคุยกันที่ร้านกาแฟ เราก็ใจเย็น บอกว่าเราจะอยู่กับเธอ จับมือเรานะ พูดกับเรา จะบอกกับเราไหม ไปจุดเกิดเหตุเมื่อวาน ในการสารภาพ น้องไม่ขอพูด เนื่องจากกลัวเราบันทึกเสียง เกรงกลัว แล้วนักข่าวรุม เลยขอคุยกัน 2 คน แม่ของเด็กจับมือเรานะ ถ้าเธอบอกว่าจะร่วมมือ บีบให้แน่นๆ ว่าถ้าที่นี่ ถ้าไม่ใช่ก็ปล่อยมือได้เลย แล้วเราจะไม่ข้องเกี่ยวอีก เขาบีบมือเราแน่นมาก บอกให้จ้องตา มันใช่แล้ว จากนั้นเราก็บอกคนในมูลนิธิว่าคุยแบบนี้ แต่เราออกมาพูดไม่ได้ ต้องให้น้องมาพูด เพราะหลักฐานไม่มี หลังจากนั้นเหตุการณ์เมื่อคืนน้องไปอยู่กับตำรวจ ก็สารภาพ ในแผนที่เขียนมา ก็คือตรงนั้น

ส่วนที่ไปทำพิธีนั้น หนึ่งบอกว่า ต้องบอกว่ามีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ เลยบอกว่าถ้าเธอคิดว่าอยากให้ลูกเธอกลับมาอโหสิกรรม ไปปักธูปขอขมาลูกเธอนะ เขายอมที่จะทำแสดงว่ามีอะไร

ขณะที่ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาด้านพฤติกรรมและจิตวิทยา อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ แม่ยังให้การวกวน และยังไม่ได้พบเด็กเลย แม้กระทั่งเนื้อเยื่อใดๆ การให้คำถ้อยการ เอาไปวางไว้ริมตลิ่ง ไม่ชัดเจนว่าในน้ำหรือพื้นดิน อาการย่อยสลาย หากเสียชีวิตแล้ว อุณหภูมิในน้ำ บนบก ก็ต่างกันอีก ยังมีปัจจัยอย่างตัวเงินตัวทอง เด็ก 8 เดือนถูกลากลงไปได้แน่นอน แต่อย่างไรก็จะต้องพบกะโหลก

“การให้การแบบนี้เป็นสารภาพเบื้องต้น เป็นแรงกดดันด้านอื่น มีปัญหาในครอบครัว วุฒิภาวะแม่เด็กอายุเพียง 17 ปี การตัดสินใจ พฤติกรรมการแสดงออก และความสามารถในการโกหก มีอยู่ในช่วงอายุ 17 ปี สมองคนเราจะพัฒนาสมบูรณ์ที่สุดอายุ 30-35 ปี จะพัฒนาจากข้างหลังไปข้างหน้า ก็ไม่แปลกถ้าทางสามีแม่เด็ก และแม่ มีการให้การที่ไม่ชัดเจน ไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน ถือว่าเป็นเยาวชน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ความเข้าใจของคน 20 ปีบริบูรณ์ เป็นบรรลุนิติภาวะทางอารมณ์เท่านั้น แต่สมองยังพัฒนาไม่สุด”

“หากวางศพ หรือวางน้องที่หมดสติไว้ตรงนั้นจริงๆ อย่างไรก็ต้องเจอศพ อย่างน้อยก็กะโหลก อย่างไรก็ต้องเจอ แต่ทั้งนี้ ตอนที่คนเราตกใจหรือเครียดมากๆ เพิ่งก่อเหตุหมาดๆ และช็อก ความสามารถในการจำของคนเราก็หายไปด้วย คำพูดที่เขาก็อาจจะโกหก”

“ถ้าน้องบาดเจ็บจากการตก จะมีดีเอ็นเอ ตรวจได้จากพื้นดิน แต่หากโยนน้ำ ก็อีกเรื่องหนึ่ง” ดร.ตฤณห์กล่าว

ทั้งยังว่า เป็นไปไม่ได้ที่วิทยาศาสตร์จะจับไม่ได้ ขนาดว่าทำลายศพไปจนหมด กระดูกก็จะต้องอยู่ ต้องเหลือหัวกะโหลก ซากศพ 10 เดือน เป็นปี ถ้าวางไว้บนดินจะอยู่บนนั้น ถ้าในน้ำตามกระแสน้ำ ในทางพื้นที่ตรงนั้น อาสากู้ภัยบอกรอดไปไม่ได้ อย่างไรต้องมีเนื้อเยื่อในกิ่งไม้ ระยะเวลามันสั้นไป แต่หากเป็นศพ ยิ่งอืด จะยิ่งลอยใกล้แม่น้ำมากที่สุด อาจจะลอยไปไกลได้เป็นกิโลเมตร

ขณะที่กู้ภัยได้เสริมว่า เมื่อวานเจอถุงทิ้งเศษปลา กะโหลกปลาก็อยู่ ทุกถุงที่เจอเอาขึ้นมา ก็ยังอยู่

ดร.ตฤณห์ทิ้งท้ายว่า จุดก่อเหตุที่ทำให้น้องเสียชีวิต ทำเด็ก 8 เดือนตกพื้น ถ้าหัวลง เป็นไปได้ที่จะเสียชีวิตจากตรงนั้น อีกกรณีหนึ่ง วันที่ 4 ก่อนเด็กหายไป บอกว่าเด็กมีไข้สูง เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้จากการชัก หากเด็กเสียชีวิตแล้ว แม่อาจจะตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร แต่เราไม่รู้สาเหตุการเสียชีวิตของน้อง เพราะยังไม่เจอ ต้องเป็นกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ในแง่พฤติกรรม กับจิตวิทยาของผู้ก่อเหตุ การเลือกจะทำอะไรแล้วแต่ จะมีเหตุผูกพันกับพันธุกรรม และเพศของผู้กระทำ ฆาตกรต่อเนื่องชายและหญิง มีการตัดสินใจแตกต่างกัน อย่างการยิง ยอดนิยมมากที่สุด แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิด จวนตัว เพศชายจะบีบคอ ทำให้ขาดอากาศหายใจมากกว่าเพศหญิง หรือเอามีดแทงเป็นอันดับ 3 แต่เพศหญิงจะหลีกเลี่ยง จะลดแรงปะทะ ด้วยวางยาพิษ หรือหมอนกด การนำศพ หรือจุดเกิดเหตุเพศหญิงส่วนใหญ่ จะเป็นที่ที่เพศหญิงคุ้นเคย