หน้าแรก ภูมิภาค เหยื่อนับสิบ ...

เหยื่อนับสิบ แห่ร้องทนายรัชพล ถูกหลอกไปทำงานโรงแรม ‘มัลดีฟส์’ เสียหายกว่า 1.5 ล้านบ.

28.02.23 | 16:49 น.

เหยื่อนับสิบร้อง ทนายรัชพล ถูกนายหน้าหลอกไปทำงานโรงแรม ‘มัลดีฟส์’ เสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานทนายรัชพล ศิริสาคร ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี กลุ่มผู้เสียหายประมาณ 18 คนจากจังหวัดต่างๆ เดินทางเข้าปรึกษาคดีและขอความช่วยเหลือกับนายรัชพล ศิริสาคร หลังถูกนายหน้าอ้างตัวว่ามีโควต้ารับคนไปทำงานในโรงแรมที่ประเทศ ‘มัลดีฟส์’ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 70,000-80,000 บาท เมื่อผู้เสียหายสนใจหลงเชื่อและติดต่อไป จะถูกเร่งให้รีบโอนเงินจองสิทธิ์ก่อนที่โควต้าจะเต็ม ทำให้มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อเป็นจำนวนมากจากหลายจังหวัด

นางพิไลทอง อายุ 44 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนคือผู้เสียหายคนล่าสุดที่ถูกนายหน้ากลุ่มนี้หลอกให้โอนเงินจองโควต้าไปทำงาน ที่ประเทศมัลดีฟส์เป็นเงินจำนวน 50,000 บาท โดยก่อนหน้านี้ตนได้เห็นโฆษณาในเฟซบุ๊ก ที่นายหน้าคนดังกล่าวลงรีวิวส่งคนไปทำงานที่ประเทศมัลดีฟส์ จึงเกิดความสนใจทักข้อความติดต่อไปสอบถาม จึงถูกชักชวนว่า เขามีโควต้าสุดท้ายพอดีที่จะรับคนงานไปทำงานในโรงแรมที่ ประเทศมัลดีฟส์ พร้อมกับที่พักฟรี บวกเงินเดือนตกประมาณ 60,000-70,000 บาท ด้วยความสนใจและกลัวเสียสิทธิจึงตัดสินใจโอนเงินไปจำนวน 50,000 บาท

นางพิไลทองกล่าวว่า ซึ่งทางนายหน้าก็บอกให้ตนรอเรื่องหมายกำหนดการเดินทางในวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนกับกลุ่มคนที่หลงเชื่อนายหน้ารายนี้ จึงได้เดินทางกันจากต่างจังหวัดมาพักรอที่โรงแรมย่านลาดพร้าวในวันที่ 24 ธันวาคม เพื่อเตรียมตัวบินในวันที่ 25 ธันวาคม แต่ปรากฏว่าเมื่อตนได้สอบถามเรื่องตั๋วเครื่องบินกับทางนายหน้าไป เพื่อจะเช็กเที่ยวบิน กลับถูกนายหน้าปฏิเสธโดยอ้างว่าเป็นเอกสารภายในของบริษัท และจะแจ้งให้พวกตนทราบได้ที่สนามบินเท่านั้น

และในท้ายที่สุดทางนายหน้าก็แจ้งกลับมาในวันนั้นว่า ขอเลื่อนการเดินทางออกไปเนื่องจากทางโรมแรมที่มัลดัฟส์เป็นผู้ขอเลื่อนมา โดยอ้างว่าหากทางโรมแรมที่มัลดีฟส์พร้อมจะติดต่อกลับมา ทางนายหน้าก็จะแจ้งนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าตลอดระยะเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ถูกนายหน้านัดหมายแล้วขอเลื่อนในลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้ง จนกระทั่งต่อมา ตนกับกลุ่มผู้เสียหายคนอื่นๆ จึงได้เดินทางไปร้องเรียนที่ตำรวจกองปราบ แต่ก็ถูกนายหน้าส่งตัวแทนมาผลัดผ่อนขอคืนเงินให้เมื่อวานนี้ สุดท้ายก็ถูกอ้างขอเลื่อนนัดหมายออกไปอีก

Advertisement

ด้านนายอดิเทพ กริ่งทอง อายุ 35 ปี กล่าวว่า ตนและภรรยาทำงานขับรถกระบะส่งของทั่วไป แต่มาในระยะหลังรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ตนกับภรรยาก็คิดกันว่าอยากจะหางานใหม่ทำ จนกระทั่งประมาณต้นเดือนธันวาคม 65 ภรรยาได้เห็นเฟซบุ๊กของคนชื่อ Rungtip Rungtip โพสต์รับสมัครคนไปทำงานต่างประเทศ ภรรยาจึงมาปรึกษาและชักชวนตนให้ไปทำงานที่ประเทศมัลดีฟส์ โดยเสียค่าใช้จ่ายคนละ 80,000 บาท รวมเป็นเงิน 160,000 บาท แต่ตนมีเงินเก็บอยู่เพียง 100,000 บาท

จึงตัดสินใจไปกู้ยืมเงินอีก 60,000 บาท เพื่อที่จะรวบรวมโอนเงินไปให้นายหน้ารายนี้เพื่อจองโควต้า จนต่อมาตนได้รับแจ้งจากนายหน้าคนดังกล่าวว่า วันที่ 25 ธันวาคม 65 ให้เตรียมตัวเดินทางขึ้นเครื่องไปทำงานที่มัลดีฟส์ วันที่ 24 ธันวาคม 65 ตนและภรรยาและกลุ่มคนที่เดินทางไปทำงานที่มัลดีฟส์ประมาณกว่า 20 คนได้มานอนพักที่โรงแรมย่านลาดพร้าว เพื่อเตรียมตัวรอขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่สุดท้ายพอถึงวันที่จะต้องไปขึ้นเครื่อง ทางนายหน้าก็แจ้งกลับมาว่าทางโรงแรมที่ประเทศมัลดีฟส์ขอเลื่อนกำหนดไม่สามารถเดินทางไปได้

นายอดิเทพกล่าวอีกว่า หลังถูกเลื่อนนัดหมายเดินทางไปทำงานที่ประเทศมัลดีฟส์ในวันที่ 25 ธันวาคม ตนกับกลุ่มผู้เสียหายอีกหลายราย จึงได้เดินทางไปที่กองปราบปรามในวันที่ 26 ธันวาคมเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายหน้ากลุ่มนี้ แต่ก็ถูกทางนายหน้าส่งคนมาเจรจา ไม่ให้แจ้งความพร้อมกับขู่ว่าจะดำเนินคดีกับคนที่ไปแจ้งความและจะไม่ได้รับเงินคืน

จึงมีการตกลงกันเป็นหนังสือสัญญาว่าทางนายหน้ารายนี้จะโอนเงินคืนให้กับผู้เสียหายทั้งหมดในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครได้รับเงินคืน แต่ได้รับข้อความตอบกลับมาแทนว่า จะจ่ายเป็นเช็คคืนให้หลังวันที่ 9 เป็นต้นไปแต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นเดือนไหน ตนกับกลุ่มผู้เสียหายคิดว่าคงถูกนายหน้ารายนี้หลอกลวงเอาเงินไปทั้งๆ ที่ไม่มีโควต้ารับคนไปทำงานที่ประเทศมัลดีฟส์จริง จึงตัดสินใจมาปรึกษาคดีและขอความช่วยเหลือกับทางทนายรัชพล

ด้านทนายรัชพลกล่าวว่า จากข้อมูลที่ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่ากลุ่มนายหน้าที่อ้างว่ามีโควค้าให้ผู้เสียหาย ไปทำงานที่ประเทศมัลดีฟส์แต่ไม่มีโควต้าที่แท้จริง เข้าข่ายความผิดในเรื่องฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งคดีนี้ตรวจสอบไม่ยากเพราะพบพิรุธหลายอย่าง อย่างเรื่องตั๋วเครื่องบินซึ่งไม่ใช่เอกสารลับอะไร แต่ทำไมไม่ให้ผู้เสียหายดู มันไม่ใช่เอกสารที่จะต้องปกปิดอะไร แบบนี้ก็เหมือนมีเจตนาไม่บริสุทธิ์แล้ว นอกจากนี้หากทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำเรื่องติดต่อไปยังโรงแรมที่นายหน้าอ้างว่ามีโควต้ารับคนทำงานอยู่ ว่ามีการติดต่อกับนายหน้ากลุ่มนี้จริงหรือไม่ ก็สามารถตรวจสอบความจริงได้ไม่ยาก รวมทั้งการตรวจสอบกับทางสายการบินในไฟลต์เดินทางวันดังกล่าวว่า มีการจองตั๋วเดินทางจริงหรือไม่ ก็จะรู้ความจริงในเรื่องนี้

ทั้งนี้กลุ่มผู้เสียหายประมาณ 20 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกหลอกให้โอนเงินเพื่อจองโควต้าไปทำงานโรงแรมในประเทศมัลดีฟส์ จากกลุ่มนายหน้าทั้ง 3 รายซึ่งเกี่ยวข้องกัน มูลค่าความเสียหายประมาณ 1.5 ล้านบาท ซึ่งในวันพรุ่งนี้ทางนายรัชพลจะพากลุ่มผู้เสียหายกลุ่มนี้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่กองปราบปราม พร้อมกับกลุ่มผู้เสียหายที่ถูกกลุ่มนายหน้ากลุ่มนี้หลอกให้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน