จับกุมหนุ่มเพิ่งพ้นโทษ ขาย ‘ยาว๊าป’ คิดสูตรเอง ผ่านเฟซบุ๊กเพจ ‘หมอต๋อ ไม่เมาได้ไง’

จับกุมหนุ่มเพิ่งพ้นโทษ ขาย ‘ยาว๊าป’ คิดสูตรเอง ผ่านเฟซบุ๊กเพจ’หมอต๋อ ไม่เมาได้ไง’

ยาว๊าป – เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่บริเวณด้านหน้ากองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, พล.ต.ต.พรชัย ชลอเดช ผบก.ภ.จว.หนองคาย, นพ.ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนอคาย, พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.สุรกิจ ค้วนเครือ ผกก.สืบสวน ภ.จว.หนองคาย

นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองคาย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายต๋อ (ขอสงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 27 ปี อยู่บ้านนาฮี ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย พร้อมยาว๊าป หรือ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและยาอันตราย รวมของกลาง จำนวน 32 รายการ คิดเป็นปริมาณยาจำนวนมาก ที่ลักลอบขายทางออนไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุมได้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ก.พ.

การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาไม่ทราบชนิดในช่องทางเฟซบุ๊กชื่อ “Surathep Tor” และทางเพจ “หมอต๋อ ไม่เมาได้ไง” เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ควบคุมการปฎิบัติของสายลับในการติดต่อล่อซื้อยาดังกล่าวจากเฟซบุ๊ก “Surathep Tor” ซึ่งต่อมาได้สั่งซื้อผ่านช่องทางไลน์ “Surathep Tor” โดยได้โอนเงินค่ายาผ่านระบบพร้อมเพย์ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ก.พ.66 เจ้าหน้าที่ก็ได้รับพัสดุที่ภายในมีของกลางที่สั่งซื้อ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่เภสัชกรชำนาญการพิเศษ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย มาทำการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 4 และยาอันตราย เจ้าหน้าที่ฯจึงได้ติดตามสืบสวนจนทราบว่า นายต๋อ (ผู้ต้องหา) อยู่บ้านนาฮี ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย

Advertisement

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก็ได้เข้าตรวจค้นบ้านที่นายต๋อ อาศัยอยู่ตามหมายค้นของศาลจังหวัดหนองคาย ซึ่งนายต๋อได้สมัครใจพาเจ้าหน้าที่ตรวจค้นจึงพบของกลางทั้งหมดอยู่ภายในบ้าน ซึ่งมีบางชนิดที่นายต๋อได้ผสมขึ้นมาเอง เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อยทั้งทางเฟซบุ๊ก “Surathep Tor” และทางเพจ“หมอต๋อ ไม่เมาได้ไง” รวมทั้งไลน์ “Surathep Tor” เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว พร้อมของกลางทั้งหมดมาที่ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย

จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ระบุว่าเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและยาอันตราย ต้องได้รับอนุญาตในการผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, ผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต, จำหน่ายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาแผนปัจจุบันไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากการตรวจสอบประวัติ พบว่าเคยต้องโทษเกี่ยวกับคดียาเสพติด เพิ่งพ้นโทษเพียง 4 เดือน และได้เปิดขายยาทางออนไลน์มาแล้วเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ส่งตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า จังหวัดหนองคาย เป็นจังหวัดชายแดน จึงได้มีการปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น มีความมุ่งมั่นและร่วมมือกันทุกฝ่าย นำเอาทุกวิถีทางเข้ามาช่วยในการป้องกันไม่ให้มีการใช้จังหวัดหนองคายเป็นทางผ่านของยาเสพติดเข้าไปยังส่วนกลางของประเทศอย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเรื่องนี้ทางจังหวัดได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ในลำดับต้นๆ โดยเฉพาะฝ่ายปกครองที่อยู่ในพื้นที่ๆ ติดกับแม่น้ำโขง ให้ช่วยกันสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดลักลอบเข้ามาในพื้นที่และเข้าไปในส่วนกลางของประเทศ

นพ.ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนอคาย กล่าวว่ายาที่ตรวจยึดจับกุมได้ในครั้งนี้ แยกเป็นยาที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 4 ซึ่งมีในประมวลกฎหมายยาเสพติดปี 2564 คือ รอล่าซิสแปม และโคน่าซิสแปม จะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้คนที่ใช้นอนหลับและเกิดอาการเคลิบเคลิ้ม ผลในระยะยาวจากการใช้ยาตัวนี้ จะทำให้ติดยานอนหลับและติดสารเสพติด ส่งผลต่อระบบประสาท ความจำไม่ดี

อีกทั้งส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ส่วนที่มีการนำไปผสมกับสารเสพติดชนิดอื่นๆ ก็จะทำให้ผู้ที่เสพเป็นภัยต่อสังคมในเวลาต่อมา และยาอีกส่วนหนึ่งมีความผิดในเรื่องของการครอบครอง คือคนที่จะขายยาชนิดนี้ได้ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม มีเภสัชกรรม และร้านขายยานั้นต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ก็จะเป็นกลุ่มยาแก้แพ้ชนิดต่างๆ ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้ก็จะเกิดอาการเคลิบเคลิ้มและเกิดอาการง่วงซึม นอนหลับ และยังเป็นสารตั้งต้นในการนำไปผสมกับสารเสพติดชนิดอื่นๆ

ทางด้าน พล.ต.ต.พรชัย ชลอเดช ผบก.ภ.จว.หนองคาย ได้ฝากถึงเด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง ว่าอย่าหลงเชื่อการหลอกลวงขายยาเสพติดเหล่านี้ทางออนไลน์ ว่าเสพแล้วจะส่งผลดี ซึ่งทางสาธารณสุขก็ได้บอกว่า เป็นสิ่งที่ให้โทษต่อร่างกาย และยิ่งมีการนำมาผสมกันขึ้นมาเอง ไม่มีหลักวิชาความรู้ เป็นการเอาตัวยาหลายชนิดเข้าไปในร่างกาย โดยไม่มีหลักการแพทย์ จึงขอฝากสื่อมวลชนไปถึงผู้ปกครอง ให้ดูแลตักเตือนลูกหลานอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเหล่านี้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image