หน้าแรก ภูมิภาค นักธุรกิจอุดร...

นักธุรกิจอุดรฯ โดนแก๊งหลอกกดลิงก์รับสิทธิบินฟรี ดูดเงินเกลี้ยง2.5ล้านบ.

3.03.23 | 16:52 น.
นักธุรกิจอุดรธานี

นักธุรกิจอุดรฯ โดนแก๊งหลอกกดลิงก์รับสิทธิบินฟรี ดูดเงินเกลี้ยง 2.5 ล้านบ. เตือนสติของฟรีไม่มีในโลก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 มีนาคม ร.ต.ท.อรรฆฤทธิ์ เย็นสวัสดิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งความร้องทุกข์จากนายสุริยงค์ ขอสงวนนามกุล อายุ 75 ปี พร้อมด้วยภรรยา อายุ 74 ปี นักธุรกิจชาว จ.อุดรธานี ว่า เวลา 12.05 น. วันนี้ ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกส่งกดลิงก์ของสายการบินมีชื่อแห่งหนึ่ง เพื่อให้กดรับสิทธิคูปองเที่ยวบินฟรี 1 ใบ แบบไม่มีกำหนดเวลา โดยส่งผ่านมาทาง SMS โทรศัพท์ของภรรยาตนจนหลงเชื่อ เนื่องจากใช้บริการสายการนี้เป็นประจำ ภรรยาจึงกดลิงก์ที่แก๊งมิจฉาชีพส่งมาให้ โดยการให้แอดไลน์ และภรรยาตนส่งข้อความไปขอบคุณแก๊งมิจฉาชีพ

ผ่านไป 15 นาที โทรศัพท์ภรรยาดับไม่รู้สาเหตุ และเปิดไม่ได้ จึงรู้ว่าโดนแก๊งมิจฉาชีพหลอกเข้าแล้ว และเงินในบัญชีธนาคารกสิกรของตนเองและภรรยา ถูกดูดหรือโอนออกไปแบบอัตโนมัติ 5 ครั้ง รวมจำนวนเงิน 2,505,000 บาท และเหลือเงินในบัญชีธนาคารเพียง 9 บาท โดยมีหลักฐานเอกสารการโอนเงินที่ทางธนาคารส่งแจ้งมาให้ทางอีเมล์ มีชื่อผู้รับอยู่ 3 ราย คือ นายพุฒระนันท์ ชุ่มมุกดา, น.ส.พิมพ์ประภัส ชัยงาม และนายธีระพล สมานทอง คาดว่าเป็นคนรับเปิดบัญชีม้า ให้กับแก๊งมิจฉาชีพรายนี้ เหตุเกิดที่สำนักงานบริษัทของตนเองตั้งอยู่บน ถ.โพศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงมาแจ้งความให้ตำรวจช่วยติดตามจับแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้มาดำเนินคดี และเงินของตนเองและภรรยากลับคืนมาให้ด้วย

Advertisement

นายสุริยงค์ กล่าวว่า หลังรู้ว่าโดนหลอก ได้โทรศัพท์ไปแจ้งไปทางศูนย์ของธนาคารดังกล่าวที่กรุงเทพฯ ที่ควบคุมบัตรเครดิตลูกค้า เพื่ออายัดบัตรและบัญชี โดยทางเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่า มันเป็นระบบการโอนอัตโนมัติ จากนั้นเงินก็ถูกโอนไปอีกหลายครั้ง รวมจำนวน 2,505,000 บาท ในขณะที่ให้พนักงานช่วยพิมพ์อายัดบัญชี เงินในบัญชีของตนและภรรยาก็ถูกโอนไปแบบไม่หยุดติดต่อกัน ส่วนตนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ธนาคารสาขาอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ศูนย์บัตรเครดิตส่วนกลางของธนาคาร ให้ช่วยระงับการโอนเงินออกจากบัญชี โดยใช้โทรศัพท์ 2 เครื่อง แต่ก็ไม่เป็นผล

ปกติหากจะถอนหรือโอนเงินเกินกำหนด เราจะต้องโทรไปขอรหัสจากธนาคาร แต่ที่สำคัญเราโทรไปแจ้งธนาคารระงับทั้ง 2 แห่ง โทรคุยพร้อมกันทั้ง 2 เครื่อง 2 หู เงินในบัญชียังถูกโอนออกไป หากเป็นแบบนี้ลำบาก แสดงว่าเทคโนโลยีของเราสู้มิจฉาชีพไม่ได้ และคิดว่าแก๊งนี้อยู่ต่างประเทศ เพราะเงินที่เบิกออกจากปลายทางเป็นเวลา 5 โมงเย็น ซึ่งเวลาต่างกับบ้านเราประมาณ 4-5 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุทำให้ตนถึงกับขาอ่อน กินข้าวเที่ยงไม่อร่อยเลยก็ว่าได้ เพราะเงินที่ถูกหลอกไปคงได้กลับคืนมายาก และเป็นเงินเก็บสะสมของตนและภรรยา เหลือติดบัญชีเพียง 9 บาท

“ฝากถึงธนาคารและทางรัฐบาลให้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าแก๊งมิจฉาชีพมาใช้หน่อย เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและประชาชน และอยากฝากถึงประชาชนทั่วไปว่า ของฟรีไม่มีในโลก หากเป็นตนก็ไม่กด แต่นี่ภรรยาดันไปกดรับลิงก์ และบางทีก็ไม่รู้ เพราะอารมณ์มันพาไป และบางคนถูกหลอกไม่รู้ตัว อย่ามัวแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ มันไม่มีผลดี ให้เงยหน้าขึ้นมาดูสังคมแล้วเดินไปข้างหน้าจะดีกว่า ส่วนคนที่ทำขอร้องให้หยุด” นายสุริยงค์กล่าว