จนท.ใช้เวลา 3 วันดับไฟไหม้ป่าแม่จางลาม ‘ดอยฝรั่ง’ – ลำปางจมฝุ่นพิษ 2 สัปดาห์ต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม สถานการณ์ไฟไหม้ป่า บนดอยฝรั่ง ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 895 เมตร ใกล้เขตตัวเมืองลำปาง หลังเกิดลุกลามอย่างหนักต่อเนื่องมาหลายวัน ส่งผลทำให้เกิดกลุ่มควันไฟ และฝุ่นละอองขนาดเล็กลอยฟุ้งเป็นจำนวนมาก ปกคลุมพื้นที่ ต.พิชัย และตัวเมืองลำปาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กัน
ล่าสุด น.ส.ดวงพร เกียรติดำรง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต จ.ลำปาง ได้รายงานสถานการณ์ ว่าไฟได้ลุกไหม้ขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณป่าชุมชนบ้านผาลาด ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งอยู่อีกฝั่งของตัวเมืองลำปาง โดยอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่จาง จากนั้นไฟไหม้หนักได้ลุกลามข้ามสันเขาดอยฝรั่ง ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของยอดดอยบริเวณนั้น แล้วลามเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต เขตบ้านทรายใต้ ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งอยู่ฝั่งตัวเมืองลำปาง

ซึ่งหลังจากอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต ได้รับแจ้งก็รีบลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมกับใช้โดรนของหน่วยงานขึ้นบิน ตรวจสอบสภาพ พบแนวไฟที่ไหม้หนักกลางเขาเป็นเส้นยาว ทางอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต จึงเร่งวางแผนกับส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า และสถานีไฟป่าพระบาทม่อนพญาแช่ เพื่อจะเร่งเข้าควบคุมไฟ แต่บริเวณดังกล่าวเป็นภูเขาสูง เป็นหน้าผาหิน และเขาหินที่สูงชัน ตลอดจนมีร่องเขาสลับกับหุบเขา รวมถึงลำห้วยสลับซับซ้อนเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งถือว่ายากแก่การเข้าถึงโดยง่าย จึงต้องใช้ระยะเวลา

แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ละความพยายาม จึงได้เร่งเข้าดำเนินการ โดยทีมเจ้าหน้าที่ 9 ชุดปฎิบัติการ เกือบ 100 นาย ทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต, เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่, ชุดปฎิบัติการเสือไฟฉะเชิงเทรา, ทหารพราน กรมทพ.35, ชุดเหยี่ยวไฟลำปาง รวมถึงชุดสถานีควบคุมไฟป่าขุนตาล-ผาเมือง, สถานีควบคุมไฟป่าพื้นที่สงวนชีวมณฑลห้วยทาก, สถานีควบคุมไฟป่าถ้ำผาไท ด้านทิศตะวันตก และสถานีควบคุมไฟป่าแจ้ซ้อน ได้เดินเท้าขึ้นไป พร้อมทำแนวกันไฟจากต้นหมู่บ้านทรายใต้ขึ้นสู่ยอดดอยฝรั่ง และทำแนวตัดเข้าสู่ป่าชุมชนผาลาด เพื่อสกัดแนวไฟป่าที่ไหม้โหมอย่างหนัก จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังเข้าควบคุมไฟ ทั้งกลางวันและกลางคืน นานกว่า 3 วัน บนผืนป่าดังกล่าวได้สำเร็จ

จากการตรวจสอบพิกัด พบไฟไหม้พื้นที่ป่าเบญจพรรณ ผสมป่าเต็งรังไปกว่า 70 ไร่ ท่ามกลางความอ่อนล้าของกำลังเจ้าหน้าที่อย่างมาก ในขณะที่สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง ก็ยังพบต่อเนื่อง โดยวันก่อนหน้า (4 มีนาคม 66) พบจุดฮอตสปอต หรือจุดความร้อน มากถึง 89 จุด หนักๆ เกิดขึ้นในเขตป่าของ อ.เมืองลำปาง มากที่สุด รองลงมา อ.เถิน (และวันที่ 5 มีนาคม 66) ก็พบอีก 62 จุด ในขณะที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ PM 2.5 จ.ลำปาง พบเกินค่ามาตรฐานมาต่อเนื่องมา 2 สัปดาห์แล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้สถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลายลง
ทำให้สภาพพื้นที่มองเห็นฝุ่นสีขาวหม่นปกคลุมไปทั่วบริเวณ มองเห็นฝุ่นได้ชัดด้วยตาเปล่า ทั้งในเขตตัวเมืองลำปาง และตามอำเภอรอบนอก กลายเป็นเมืองในหมอกฝุ่น โดยวันนี้ (5 มีนาคม 66) ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จ.ลำปาง วัดค่าอยู่ระหว่าง 88-129 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่าสูงสุดวัดได้ใน ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง 129 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ

